|
|
ที่มันได้วิจิตรบรรจงสร้างอย่างตั้งอกตั้งใจที่สุด
พบในประเทศ Surinam ในทวีปอเมริกาใต้ มีขนาดลำตัวยาวถึง 28 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 123 กรัม แมงมุมชนิดนี้ใหญ่เสียจนสามารถจับนกเล็กๆ เป็นอาหารได้ ส่วนแมงมุม Patumarplesi นั้นมีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีการพบอาศัยอยู่ตามเกาะ Samoa และมีลำตัวยาวเพียง 0.43 มิลลิเมตร แมงมุมที่พิษร้ายแรงที่สุดได้แก่พันธุ์ Pheneutia fera แห่งบราซิล แมงมุมพันธุ์นี้กัดคนให้ตายได้ หากคนที่ถูกกัด ไม่ได้รับการรักษาทันเวลา
เป็นอาหารหมด คือมันมิเคยเลือกประเภทของ อาหาร แต่ C. Sandoval นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ Santa barbara ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสาร Functional Ecology ฉบับมกราคม พ.ศ. 2536 ว่า แมงมุมชนิด Parawixia bistriata ที่มีถิ่นฐานอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ จะทอใยของมันให้มีรูปแบบต่างๆ กัน เพื่อดักจับเหยื่อที่มันต้องการเป็นกรณีๆ ไป เช่นในราวเดือนกันยายนซึ่งเป็นยามที่ฝูงปลวกจะออกหาอาหารมาก P. bistriata จะสร้างใยที่มีช่องว่างค่อนข้างกว้าง เพื่อรับขนาดของปลวกอ้วนที่มันต้องการจะจับกินให้พอดิบพอดี ส่วนแมงมุมพันธุ์ Latrodectus mactans นั้น นักกีฏวิทยา ทั้งหลายก็รู้ดีว่า เมื่อเสร็จจากการผสมพันธุ์กัน แมงมุมตัวเมียจะบริโภคตัวผู้เป็นอาหาร มันจึงเป็นที่รู้จักกลัวกันในนามว่า แม่ม่ายมฤตยูดำ
ได้รายงานว่า แมงมุมตัวผสมพันธุ์ Latrodectus hasselti เมื่อผสมพันธุ์กับ ตัวเสร็จไปหนึ่งรอบแล้ว มันจะยื่นลำตัวของมันให้ตัวเมียที่มันกำลังมีเพศสัมพันธุ์อยู่ เคี้ยวกิน และในขณะที่ร่างกายท่อนบนถูกเขมือบไปครึ่งหนึ่งนั้น ร่างกายส่วนล่าง ของมันก็จะพยายามถ่ายทอดเชื้อตัวผู้สู่ช่องเพศของตัวเมียอีกเป็นคำรบสอง เมื่อความสัมพันธ์รอบที่สองเสร็จสิ้น แมงมุมตัวผู้ก็เสร็จตัวเมียทั้งตัว
การยินยอมให้ตัวเมียกินมันก็เพราะมันจะได้มีโอกาสผสมพันธุ์นาน (หากมันไม่ยอมให้ตัวเมียกินมันก็ไม่ได้ผสมพันธุ์) การมีเวลาผสมพันธุ์นานทำให้มันเป็นพ่อแมงมุมที่มีลูกมาก และเมื่อตัวเมียผสมพันธุ์กับมันแล้ว ตัวเมียมักจะไม่สนใจตัวผู้อื่นอีก ดังนั้นมันจึงเป็นพ่อแมงมุมแต่ผู้เดียว และหากมันไม่รีบผสมพันธุ์ ช่วงชีวิตมันที่สั้น (2-4 เดือนหลังจากที่มันเติบโตเต็มที่) จะทำให้มันมีโอกาสน้อยที่จะเป็นพ่อแมงมุม ดังนั้น มันจึงต้องรีบ "จัดการ" และ ในขณะเดียวกันมันก็ถูกตัวเมีย "จัดการ" ด้วย มันยอมเสียชีพเพื่อจะเป็นพ่อ
|