
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยเพจ Facebook: IPST Thailand จัดกิจกรรม “เด็กถือกล้อง” ปีที่ 3 ในหัวข้อ “เด็กถือกล้อง ส่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ” เพื่อชวนเยาวชนสังเกตและถ่ายทอดเรื่องราววิทยาศาสตร์รอบตัวผ่านภาพถ่ายและคำบรรยายประกอบภาพ
หลังเปิดให้แฟนเพจ IPST Thailand ร่วมโหวตผลงานระหว่างวันที่ 18–25 กันยายน 2569 ขณะนี้ได้ผู้ได้รับรางวัล Popular Vote ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 5 ผลงาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 5 ผลงาน และรางวัลขวัญใจช่างภาพ 3 รางวัล ดังรายชื่อต่อไปนี้ โดยรายชื่อในแต่ละระดับไม่ได้เรียงตามอันดับคะแนน
รางวัล Popular Vote: ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

เด็กหญิงปาณิศรา ตู้สมบัติ — ภาพถ่าย “ผู้เฝ้าระวังแห่งสิ่งแวดล้อม”
ผู้เฝ้าระวังแห่งสิ่งแวดล้อม”ปรากฏการณ์บนเปลือกไม้ที่อาจสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ”ไลเคนสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันในภาวะพึ่งภาอาศัยกัน ของราและสาหร่าย โดยราทำหน้าที่ช่วยกักเก็บความชื้นและช่วยยึดเกาะกับพื้นผิววัตถุเช่น เปลือกไม้หรือก้อนหิน ส่วนสาหร่ายทำหน้าที่สังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหาร ปัจจัยการเกิดของไลเคน มีดังนี้ 1.ความชื้น 2.อุณหภูมิ 3.แสงแดด และ 4.คุณภาพอากาศ ไลเคนยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 หมู่หลัก ๆ 1.) ครัสโตส (Crustose Lichen) ลักษณะเป็นแผ่นบางหรือฝุ่นผงแนบติดกับวัตถุ หมู่นี้มีความทนทานต่อมลพิษทางอากาศสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น 2.) ฟอลิโอส (Foliose Lichen) มีลักษณะโครงสร้างด้านบนและด้านล่างต่างกัน โดยด้านบนจะมีลักษณะเป็นแผ่นใบ ส่วนด้านล่างจะมีเส้นใยเล็กๆที่ช่วยยึดเกาะกับวัตถุเรียกว่าไรซีน(Rhizine) ในกลุ่มนี้มีความทนทานต่อความแห้งแล้งและมลพิษอยู่ในระดับปานกลาง 3.) ฟรูติโคส (Fruticose Lichen) มีลักษณะโครงสร้าง3มิติ เป็นเส้นใยหรือพุ่มกอ ทำให้มีผิวสัมผัสโดนกับอากาศมาก จึงอ่อนไหวต่อความแล้งแล้งมลและพิษทางอากาศที่สุด เราสามารถใช้ไลเคนเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพป่า หรือสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในบริเวณนั้น เนื่องจากไลเคนไม่มีรากเพื่อดูดซับสารอาหาร ในการดำรงชีวิต ไลเคนจึงต้องพึ่งพา “พื้นผิวสัมผัสและการดึงสารอาหารจากอากาศ” จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ไลเคนไวต่อมลพิษทางอากาศ ถ้าหากบริเวณใดพบไลเคน แสดงว่าบริเวณนั้นมีอากาศที่บริสุทธิ์มีความชื้นสูงอากาศดี เช่นดังภาพที่เป็นไลเคนกลุ่มฟรูติโคส (Fruticose Lichen)ที่ทนทานต่อความแห้งในระดับปานกลาง แต่ถ้าหากบริเวณใดที่เคยพบไลเคนหรือตอนนี้ลดน้อยหรือไม่พบเลย ก็สามารถรู้ได้ว่าในบริเวณนั้นมีอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป อากาศแปรปรวน และอีกอย่างเรายังสามารถใช้ไลเคนเป็นสัญญาณเตือนภัยของ ภัยความแห้งแล้ง ภาวะโลกร้อน หรือ climate Change ได้อีกด้วย

เด็กชายธีทัต หงส์วิชา — ภาพถ่าย “กระจกธรรมชาติ”
แสงจากท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ตกกระทบผิวน้ำ แล้วสะท้อนกลับเข้าสู่ดวงตาของเรา ทำให้เห็น ภาพท้องฟ้าและภูเขาปรากฏบนผิวน้ำ ดูคล้าย“กระจกจากธรรมชาติ” โดยผิวน้ำที่ค่อนข้างเรียบช่วยให้เกิดการสะท้อนของแสงได้ชัดเจนขึ้น

เด็กชายสรวิชญ์ ภูมิเพชร — ภาพถ่าย “เวลาแสนสั้น”
รูปที่นำเข้ามาในการแข่งขัน ถ่ายรูป กิจกรรม เด็กถือกล้อง ในรูป มีสิ่งมีชีวิต เช่น แมลงที่มีปีกเช่น ผึ้ง ต่อ แตน และ แมลงปอในรูปเป็น รูปที่ แตน กำลังหาน้ำหวานจากเกสรดดอกไม้ เพื่อ เป็นอาหารของแมลง ต่อปรากฏการณ์เมฆหลากสี หรอหมวกเมฆทรงกลมรุ้ง เกิดขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ (ซึ่งอยู่ทางด้านหลังหรือใกล้ขอบเมฆ) ส่องผ่าน หยดน้ำขนาดเล็กมาก หรือ ผลึกน้ำแข็ง ที่สม่ำเสมอในเมฆ

เด็กชายธาวิน เครือชะเอม — ภาพถ่าย “ภมรตอมบัว”
ภายในภาพแสดงให้เห็นถึง “ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน” ระหว่างผึ้งและดอกบัวขาว ซึ่งผึ้งจะลงจอดเพื่อเอาน้ำหวานจากดอกบัวซึ่งเป็นอาหารของผึ้ง ในขณะเดียวกันเกสรตัวผู้ของดอกบัวจะติดไปตามตัวของผึ้งด้วย หลังจากนั้นผึ้งตัวเดิมที่กำลังหาน้ำหวานจากดอกบัวอื่นอยู่ เกสรตัวผู้ที่ติดตามตัวอยู่กับตัวผึ้ง ก็จะมีโอกาสร่วงลงไปในเกสรตัวเมียของดอกบัว ทำให้ดอกบัวได้รับการผสมพันธุ์จนเกิดเป็นฝักบัวและเมล็ดบัวต่อไปได้

เด็กชายไฑไฒ ชัยอิสรากร — ภาพถ่าย “อัศจรรย์ของทางช้างเผือก”
สถาปัตยกรรมแห่งจักรวาล ที่สร้างสรรค์จากการดึงดูดดาวฤกษ์ดวงดาวต่างๆนับแสนล้านดวง รวมถึงแก๊ส ฝุ่นละอองและสสารมืด ถูกยึดรวมไว้โดยเชือกที่มองไม่เห็น และทําให้เคลื่อนที่หมุนวนไปพร้อมๆกันรอบใจกลางที่หลุมดําที่ชื่อว่า Sagittarius A ด้วยกฎพื้นฐานของ”แรงโน้มถ่วง” และสิ่งอัศจรรย์แห่งแรงโน้มถ่วงนี้ยังเป็นตัวกําหนดชะตากรรมของทุกชีวิตบนทางช้างเผือก
รางวัล Popular Vote : ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

นายณัฐวุฒิ ภูรักษา — ภาพถ่าย “ชีวิตเล็ก ๆ ในรอยแยกของหิน”
ภายในรอยแยกเล็กๆ ระหว่างก้อนหิน ชีวิตหนึ่งกลับกำลังผลิบาน เห็ดดอกนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม เพราะซอกหินสามารถกักเก็บความชื้นและเศษอินทรียวัตถุ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญของเส้นใยเห็ด ก่อนที่ดอกเห็ดจะปรากฏขึ้นเหนือพื้นผิวให้เราได้สังเกตเห็น

นายกวินภพ ไชยยางพานิช — ภาพถ่าย “น้ำค้างแข็ง”
น้ำค้างแข็ง เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไอน้ำในอากาศใกล้พื้นดินเปลี่ยนสถานะข้ามขั้นตอนจากก๊าซกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีขาวบาง ๆ เกาะอยู่ตามยอดหญ้า ใบไม้ หรือวัตถุต่าง ๆ เมื่ออุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

นางสาวณัฐณิชา สาเเก้ว — ภาพถ่าย “แมลงปอกับความสมดุลของระบบนิเวศ”
ภาพนี้เเสดงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ พืชทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตและเป็นแหล่งพลังงานเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหาร ขณะที่แมลงปอเป็นผู้ล่าที่ช่วยควบคุมประชากรแมลง นอกจากนี้ยังสะท้อนเรื่อง การปรับตัว พฤติกรรมของสัตว์ การสังเคราะห์ด้วยแสง และการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ ทำให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีบทบาทและความสัมพันธ์ที่ช่วยให้ระบบนิเวศเกิดความสมดุลและดำรงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง

นายภคิน วงศ์รุจิภาส — ภาพถ่าย “ธรรมชาติผ่านกฎการสะท้อน”
ผิวน้ำทำหน้าที่เสมือนกระจกธรรมชาติ เมื่อแสงจากภูเขาตกกระทบผิวน้ำที่ค่อนข้างนิ่ง แสงจะเกิดการสะท้อนเข้าสู่ดวงตา ทำให้เกิดภาพเสมือนของภูเขาใต้น้ำ แสดงให้เห็นปรากฏการณ์การสะท้อนของแสงที่เชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและหลักฟิสิกส์

นายปัญญากร อังคศรีทองกุล — ภาพถ่าย “Wanaka Tree Sunset”
ภาพถ่าย Wanaka Tree Sunset แสดงปรากฏการณ์การตกของดวงอาทิตย์ ที่แสงอาทิตย์ทำมุมต่ำกับขอบฟ้า ทำให้แสงต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศหนาขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระเจิงของแสงช่วงคลื่นสั้น ออกไป เหลือเพียงแสงช่วงคลื่นยาว ส่องผ่านกิ่งก้านของต้นไม้และสะท้อนลงบนผิวน้ำเกิดเป็นภาพเงาสะท้อนและสวยงามของธรรมชาติ
รางวัล ขวัญใจช่างภาพ :
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

นางสาวภัทรมน อำรุงสายชล — ภาพถ่าย “รุ้งทอแสง แห่งความหวัง
“รุ้งทอแสง แห่งความหวัง” สายรุ้งที่ปรากฏหลังสายฝน เปรียบเสมือนแสงแห่งความหวังที่เกิดขึ้นหลังผ่านอุปสรรค และยังเชื่อมโยงกับหลักวิทยาศาสตร์เรื่องการหักเห การสะท้อน และการกระจายของแสงได้อย่างสวยงาม
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

นายกฤติเดช วงค์สิน — ภาพถ่าย “ไม่น่าบังเอิญละ”
ภาพถ่ายนี้แสดงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติคือ “ฟ้าผ่าแบบเมฆสู่พื้น” (Cloud-to-Ground lightning) ที่เกิดขึ้นท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองในย่านชุมชน ลำแสงสว่างจ้าที่เป็นเส้นคดเคี้ยวคือกระแสไฟฟ้าที่มีพลังงานมหาศาล ซึ่งเกิดจากการปลดปล่อยประจุไฟฟ้าที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมากระหว่างกลุ่มเมฆหนาทึบและพื้นดินผ่านอากาศที่ทำหน้าที่เป็นฉนวนจากภาพนะครับจะเห็นแสงสว่างแวบใหญ่ที่พุ่งลงมาจากหมู่เมฆเบื้องบนผ่านบรรยากาศมายังพื้นดิน เป็นการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของอิเล็กตรอนที่ทำให้เกิดแสงและความร้อนสูงมากจนทำให้อากาศขยายตัวอย่างฉับพลันกลายเป็นเสียงฟ้าร้องตามมา(ดังมาก) ในขณะที่บริเวณด้านล่างจะเห็นท้องถนนที่เปียกและมีเงาสะท้อนของแสง บ่งบอกถึงฝนที่กำลังตกหนักและความอันตรายของปรากฏการณ์นี้ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งก่อสร้าง เช่น เสาไฟฟ้า และต้นไม้ในภาพ 😛

นายวีรภัทร โรจนบุรานนท์ — ภาพถ่าย “อดทนเวลาที่ฝนพรำ”
ปรากฏการณ์นี้คือ Shelf cloud นั่นเองง มักเกิดที่ขอบด้านหน้าของพายุฝนฟ้าคะนอง เมื่อลมเย็นและหนักจากภายในพายุไหลลงมากระทบพื้นแล้วดันตัวออกไปด้านหน้า ลมเย็นมาแทรกใต้มวลอากาศชื้น ทำให้อากาศอุ่นถูกยกตัวอย่างรวดเร็วควบแน่นเป็นเมฆชันๆ ม้วนตัวคล้ายคลื่น ซึ่งถ้าเห็นเมฆแบบนี้ถือเป็นสัญญาณสั้นๆ ก่อนฝนจะตก
*** รับชมภาพถ่ายทั้งหมดที่ส่งเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1u4K2jh7AZoRPUFpRbolyZpiNhNO7XVMT?usp=sharing
IPST Thailand ขอขอบคุณนักเรียนทุกคนที่ร่วมออกไปสังเกตธรรมชาติและแบ่งปันมุมมองผ่านภาพถ่าย รวมถึงทุกท่านที่ร่วมชมและโหวตผลงานในครั้งนี้
IPST Thailand ขอเชิญชวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–6ร่วมกิจกรรม “เด็กถือกล้อง” ปีที่ 3 ในหัวข้อ “เด็กถือกล้อง ส่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ”

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยเพจ Facebook : IPST Thailand ขอเชิญชวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 หรือเทียบเท่า ร่วมกิจกรรม “เด็กถือกล้อง” ปีที่ 3 ในหัวข้อ “เด็กถือกล้อง ส่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ” ต้อนรับสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
กิจกรรม “เด็กถือกล้อง” เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการสังเกต การตั้งคำถาม และการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์จากสิ่งรอบตัว ผ่านการบันทึกภาพและถ่ายทอดเรื่องราวด้วย คำบรรยายประกอบภาพ ซึ่งสะท้อนความเข้าใจในปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์
เพราะทุกปรากฏการณ์ธรรมชาติ ล้วนมีวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่
IPST Thailand ขอเชิญชวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 หรือเทียบเท่า ร่วมสังเกต ตั้งคำถาม และถ่ายทอดความมหัศจรรย์ของธรรมชาติผ่าน ภาพถ่ายและคำบรรยายประกอบภาพ ที่สะท้อนความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้บนท้องฟ้า ในธรรมชาติ หรือในชีวิตประจำวัน พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกจาก IPST Thailand และโอกาสที่ผลงานจะได้รับการคัดเลือกเผยแพร่ใน ปฏิทินวันสำคัญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2570 ของ สสวท.
🖼️ ประเภทการส่งผลงาน
(ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 1 คน ส่งได้ 1 ผลงานเท่านั้น)
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–ม.3 หรือเทียบเท่า)
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4–ม.6 หรือเทียบเท่า)
📌 วิธีการร่วมกิจกรรม
1) ถ่ายภาพปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าสนใจด้วยตนเอง
สามารถเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน หรือพบเห็นได้ตามธรรมชาติ โดยควรเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ เช่น
- ท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาว เมฆ หรือปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์
- รุ้ง หมอก น้ำค้าง การสะท้อน การหักเหของแสง เงา สี หรือปรากฏการณ์ทางแสง
- การเปลี่ยนแปลงของพืช สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ
- การเกิดผลึก การเปลี่ยนสถานะของสสาร การระเหย การควบแน่น หรือปรากฏการณ์ทางเคมีที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
- ฤดูกาล สภาพอากาศ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติอื่น ๆ
ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเลือกถ่ายภาพปรากฏการณ์ธรรมชาติได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวันหรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยขอเพียงเป็นภาพที่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์และสะท้อนมุมมองการสังเกตธรรมชาติของผู้ถ่าย
2) จัดเตรียมผลงาน
ภาพถ่าย
- เป็นภาพที่ผู้ส่งถ่ายด้วยตนเอง
- มีความคมชัด
- ไม่ใส่ลายน้ำ ข้อความ หรือสติกเกอร์
- ไม่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI
- สามารถปรับแต่งภาพได้เฉพาะในระดับพื้นฐาน เช่น ความสว่าง สี ความเปรียบต่าง หรือความคมชัด โดยต้องไม่ทำให้สาระสำคัญของภาพเปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นจริง
คำบรรยายประกอบภาพ
- ใช้ภาษาไทย
- มีความยาวไม่น้อยกว่า 2 บรรทัด
- อธิบายปรากฏการณ์ที่ปรากฏในภาพ
- มีเนื้อหาถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์
- เชื่อมโยงกับภาพถ่ายได้อย่างเหมาะสม
- มีความน่าสนใจและช่วยให้ผู้อ่านเกิดการเรียนรู้
3) เงื่อนไขการส่งผลงาน
- ผลงานต้องเป็นผลงานต้นฉบับของผู้ส่ง
- ผลงานต้องไม่เคยได้รับรางวัล ไม่เคยส่งเข้าประกวด หรือเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ มาก่อน
- ผลงานต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือสิทธิของบุคคลอื่น
- หากในภาพมีบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ ผู้ส่งผลงานต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว และเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิทธิส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- หากตรวจพบภายหลังว่าผลงานไม่เป็นไปตามเงื่อนไข สสวท. ขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
4) ส่งผลงาน
ส่งภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายประกอบภาพ และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนผ่านแบบฟอร์ม
🔗 แบบฟอร์มส่งผลงาน https://ipst.me/pr0201
🏆 การคัดเลือกผลงาน
หลังปิดรับผลงาน คณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกผลงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยพิจารณาจาก 2 องค์ประกอบหลัก ดังนี้
📷 1. ภาพถ่าย (50 คะแนน)
- ความสวยงามและองค์ประกอบภาพ
- ความคมชัดและคุณภาพของภาพ
- ความสามารถในการถ่ายทอดปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอ
📝 2. คำบรรยายประกอบภาพ (50 คะแนน)
- ความถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์
- ความเชื่อมโยงกับภาพถ่าย
- ความชัดเจน เข้าใจง่าย และให้ความรู้
- ความน่าสนใจในการถ่ายทอดเรื่องราว
ทีมงานจะคัดเลือกผลงานที่มีคะแนนรวมสูงสุด โดยแบ่งเป็น
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่เกิน 20 ผลงาน
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่เกิน 20 ผลงาน
ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะเผยแพร่ผ่าน Facebook : IPST Thailand เพื่อเปิดให้ประชาชนร่วมโหวต
นอกจากนี้ ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกอาจได้รับการเผยแพร่ใน ปฏิทินวันสำคัญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2570 ของ สสวท. รวมถึงสื่อประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ของ สสวท. โดยระบุชื่อเจ้าของผลงานตามความเหมาะสม
🎁 รางวัล
ผลงานที่มียอด Engagement สูงสุด 5 อันดับแรกของแต่ละประเภท จะได้รับของที่ระลึกจาก IPST Thailand
ยอด Engagement พิจารณาจาก
- การกดแสดงความรู้สึก (Reaction)
- การกดแชร์ (Share)
- การแสดงความคิดเห็น (Comment)
⏰ ระยะเวลาการร่วมกิจกรรม
- การส่งผลงาน : 19 สิงหาคม – 13 กันยายน 2569
- การโหวตภาพถ่ายยอดนิยม : 18 – 25 กันยายน 2569
- ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล : 2 ตุลาคม 2569
📌 หมายเหตุ
- การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในผลงานของตน
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยินยอมให้ สสวท. เผยแพร่ ทำซ้ำ ปรับขนาด หรือจัดรูปแบบผลงานที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ การศึกษา และการเผยแพร่ความรู้ของ สสวท. โดยระบุชื่อเจ้าของผลงานตามความเหมาะสม ทั้งนี้ สสวท. จะไม่นำผลงานไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์
- การส่งผลงานถือว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมรับทราบและยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของกิจกรรม
🔎 รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.ipst.ac.th/showcase/122074/science-day69.html