
เผยแพร่เนื่องในวันพลังงานสะอาดสากล (International Day of Clean Energy) วันที่ 26 มกราคม 2569
ลองนึกภาพโลกเหมือน “บ้านหลังใหญ่” ที่เราอยู่ร่วมกัน บ้านหลังนี้กำลังร้อนขึ้น ฝนแล้งหนักขึ้น น้ำท่วมรุนแรงขึ้น และคุณภาพอากาศในหลายเมืองก็แย่ลงเรื่อย ๆ หนึ่งในตัวแปรสำคัญของปัญหานี้คือ การใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมัน ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ) ที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกและมลพิษจำนวนมาก เมื่อความต้องการพลังงานยังคงเพิ่มขึ้น การ “เปลี่ยนวิธีผลิตและใช้พลังงาน” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของระบบเศรษฐกิจ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า พลังงานสะอาดคืออะไร มีอะไรบ้าง ทำไมเราต้องรณรงค์ให้ใช้มากขึ้น และพลังงานสะอาดจะช่วยทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นได้อย่างไร พร้อมมุมมองที่น่าสนใจทั้งในไทยและระดับโลก
พลังงานสะอาดคืออะไร? “สะอาด” แปลว่า “ไร้มลพิษ 100%” จริงไหม?
พลังงานสะอาด (Clean Energy) โดยทั่วไปหมายถึงพลังงานที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกต่ำมากหรือแทบไม่ปล่อยเลยในช่วงการใช้งาน และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “สะอาด” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีผลกระทบเลย” เพราะทุกเทคโนโลยีมีร่องรอยทางสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง เช่น การผลิตอุปกรณ์ การขนส่งวัสดุ การก่อสร้าง หรือการจัดการของเสีย เพียงแต่เมื่อประเมินตลอดวงจรชีวิตแล้ว พลังงานสะอาดยังคงลดภาระต่อโลกได้มากกว่า และเป็นหัวใจของการลดโลกร้อนในระยะยาว
ทำความเข้าใจให้ชัด: Clean Energy vs Renewable Energy ต่างกันอย่างไร?
หลายคนมักเข้าใจว่า “พลังงานสะอาด (Clean Energy)” กับ “พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)” เป็นคำที่ใช้แทนกันได้ แต่ความจริงแล้ว สองคำนี้ใกล้เคียงกันมาก แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด และการเข้าใจให้ถูกจะช่วยให้เราเลือกแนวทางการใช้พลังงานได้แม่นยำขึ้น
- พลังงานหมุนเวียน (Renewable) คือ “แหล่งพลังงานที่เติมกลับได้”
พลังงานหมุนเวียน หมายถึงพลังงานจากแหล่งที่เกิดทดแทนได้ตามธรรมชาติและไม่หมดไปในช่วงชีวิตมนุษย์ เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล และความร้อนใต้พิภพ จุดเน้นของคำว่า renewable คือ “ทรัพยากรไม่หมดง่าย” และสามารถใช้ได้ต่อเนื่อง
- พลังงานสะอาด (Clean) คือ “พลังงานคาร์บอนต่ำ”
พลังงานสะอาด โดยทั่วไปหมายถึงพลังงานที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกต่ำมากหรือแทบไม่ปล่อยในช่วงการเดินเครื่องหรือใช้งาน จึงช่วยลดภาวะโลกร้อนและมลพิษเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างชัดเจน แต่คำว่า “สะอาด” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีผลกระทบ 100%” เพราะยังมีการปล่อยแก๊สเรือนกระจกแบบแฝงจากกระบวนการผลิตและติดตั้งอุปกรณ์ เพียงแต่เมื่อเทียบทั้งระบบแล้วก็ยัง “ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ”
จุดทับซ้อนและข้อยกเว้นที่ควรรู้
- พลังงานจำนวนมากเป็นทั้ง “สะอาดและหมุนเวียน” เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ และความร้อนใต้พิภพ
- บางเทคโนโลยีอาจ “สะอาดแต่ไม่หมุนเวียน” เช่น พลังงานนิวเคลียร์ (คาร์บอนต่ำในการเดินเครื่อง แต่ใช้เชื้อเพลิงที่มีจำกัด)
- บางแหล่งที่จัดว่า “หมุนเวียน” อาจมีข้อถกเถียงเรื่องความ “สะอาด” ในบางบริบท เช่น ชีวมวลที่หากควบคุมไม่ดีอาจเกิดมลพิษ หรือพลังน้ำบางโครงการที่ต้องบริหารผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรอบคอบ
สรุปสั้น ๆ:
- Renewable = เติมกลับได้ ไม่หมดง่าย
- Clean = คาร์บอนต่ำ ปล่อยมลพิษต่ำ
และในการเปลี่ยนผ่านพลังงานยุคใหม่ โลกต้องการทั้ง “ความหมุนเวียน” และ “ความสะอาดเชิงคาร์บอน” ไปพร้อมกัน
พลังงานสะอาดมีอะไรบ้าง?
พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนที่พบได้บ่อย รวมถึงมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของโลกและประเทศไทย ได้แก่
1) พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar energy)
พลังงานจากแสงแดดเป็นหนึ่งในพลังงานสะอาดที่เติบโตเร็วที่สุด เพราะติดตั้งได้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงโครงการขนาดใหญ่ และเหมาะกับประเทศไทยที่มีแสงแดดค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดปี ไฮไลต์ของไทยที่น่าสนใจ คือแนวทาง “โซลาร์ลอยน้ำ” ที่ใช้ผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำ ลดการใช้พื้นที่บนบก และผสานกับระบบเขื่อนเดิมให้เกิดประโยชน์สูงขึ้น โดยแผนพัฒนาโซลาร์ลอยน้ำของไทยมีเป้าหมายกำลังผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์
2) พลังงานน้ำ (Hydropower)
พลังงานน้ำเป็นพลังงานที่ช่วยเรื่อง “ความมั่นคง” ของระบบไฟฟ้าได้ดี เพราะสามารถจ่ายไฟได้รวดเร็วและมีความเสถียร เหมาะกับการเป็นกำลังเสริมให้พลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดสำคัญอย่าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-storage) ที่ทำหน้าที่คล้าย “แบตเตอรี่ขนาดยักษ์ของประเทศ” ช่วยกักเก็บพลังงานและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าในวันที่พลังงานลมหรือแสงอาทิตย์ผลิตได้น้อย
3) พลังงานลม (Wind energy)
พลังงานลมใช้กังหันลมเปลี่ยนพลังงานจลน์เป็นไฟฟ้า จุดแข็งคือปล่อยคาร์บอนต่ำมาก แต่ต้องออกแบบให้เหมาะกับพื้นที่และชุมชน รวมถึงบริหารผลกระทบด้านเสียง/ภูมิทัศน์ และระบบนิเวศอย่างรอบด้าน
4) พลังงานชีวมวล/ชีวภาพ (Biomass/Bioenergy)
พลังงานชีวมวลใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหรือกากอุตสาหกรรมมาแปรรูปเป็นพลังงาน ช่วยจัดการของเสียและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชนได้ แต่ต้องควบคุมมาตรฐานการเผาไหม้และความยั่งยืนของวัตถุดิบอย่างจริงจัง
5) พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal energy)
พลังงานจากความร้อนใต้ผิวโลกสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ จึงเป็นพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพสูง แต่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และต้นทุนการพัฒนา
ทำไมเราต้องหันมาใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้น?
คำตอบไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ลดโลกร้อน” แต่คือการเปลี่ยนระบบพลังงานให้ตอบโจทย์ชีวิตคนจริง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สาธารณสุข และความมั่นคงของประเทศ
1) ลดมลพิษและแก๊สเรือนกระจก
พลังงานจากฟอสซิลเป็นแหล่งปล่อยแก๊สเรือนกระจกหลักของโลก การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดภาวะโลกร้อนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
2) ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่มีจำกัดและผันผวน
ฟอสซิลไม่เพียงมีวันหมด แต่ยังมีความเสี่ยงด้านราคาและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเพิ่มพลังงานสะอาดจึงเป็นการเพิ่ม “ภูมิคุ้มกัน” ให้ประเทศ
3) สร้างงานใหม่และกระตุ้นเศรษฐกิจสีเขียว
พลังงานสะอาดไม่ได้สร้างแค่ไฟฟ้า แต่สร้างโอกาสงานตั้งแต่การผลิต ติดตั้ง บำรุงรักษา วิศวกรรม ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานและโครงข่ายอัจฉริยะ
4) เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
การมีแหล่งพลังงานที่หลากหลายและผลิตได้ในประเทศ ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเดียว
พลังงานสะอาดช่วยทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นอย่างไร?
คำตอบสั้น ๆ คือ ลดภาวะโลกร้อน + ลดมลพิษ + ทำให้พลังงานเข้าถึงได้มากขึ้น แต่หากมองให้ลึก จะเกิด “ผลดีต่อเนื่อง” เช่น
- เมืองมีโอกาสอากาศดีขึ้น เมื่อการผลิตไฟฟ้าสะอาดขึ้น
- ระบบขนส่งสะอาดขึ้น เมื่อรถ EV ใช้ไฟฟ้าที่มาจากแหล่งสะอาดมากขึ้น
- ประเทศรับมือความผันผวนของพลังงานได้ดีขึ้น เมื่อมีระบบกักเก็บพลังงานและโครงข่ายที่ยืดหยุ่น
บทบาทของ SDG 7: พลังงานสะอาดต้อง “ทุกคนเข้าถึงได้”
การพูดถึงพลังงานสะอาดในระดับโลกวันนี้ ไม่ได้หยุดแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDG 7: Affordable and Clean Energy หรือ “พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้”
หัวใจของ SDG 7 คือการทำให้คนทั่วโลก เข้าถึงพลังงานที่เชื่อถือ ทันสมัย และราคาเอื้อมถึง พร้อมกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและยกระดับประสิทธิภาพพลังงานภายในปี 2030
SDG 7 จึงเป็นมากกว่า “เป้าหมายพลังงาน” เพราะพลังงานคือฐานรากของทุกเรื่อง ตั้งแต่คุณภาพชีวิต สุขภาพ การศึกษา การเติบโตทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ประเด็นน่าสนใจในประเทศไทย: “พลังงานสะอาดแบบผสมผสาน” คือคำตอบที่กำลังชัดขึ้น
ประเทศไทยกำลังเห็นภาพของ “พอร์ตพลังงานสะอาด” ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้ฝากความหวังไว้กับแหล่งใดแหล่งหนึ่ง เช่น
- โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ + พลังน้ำจากเขื่อน ช่วยเสริมกันในเชิงระบบ (กลางวันพลังแสงอาทิตย์เด่น / พลังน้ำช่วยเสถียร) และใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมให้คุ้มค่า
- พลังน้ำสูบกลับ ในบทบาทกักเก็บพลังงานระดับประเทศ เพื่อช่วยแก้โจทย์ความผันผวนของพลังงานลมและแสงอาทิตย์
- นวัตกรรมการกักเก็บพลังงาน และแนวคิดเชื้อเพลิงแห่งอนาคตอย่างไฮโดรเจน ที่เริ่มถูกพัฒนามากขึ้น เพื่อทำให้พลังงานสะอาด “ใช้ได้จริง” ในทุกช่วงเวลา
สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่แค่การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ แต่คือการออกแบบ “ระบบพลังงานใหม่” ทั้งชุด ตั้งแต่การผลิต การส่ง การใช้ ไปจนถึงการกักเก็บ
ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ เพื่อแก้ให้ตรงจุด
การผลักดันพลังงานสะอาดให้สำเร็จ ต้องยอมรับข้อจำกัดและแก้ด้วย “วิศวกรรม + นโยบาย + การมีส่วนร่วมของสังคม” เช่น
- ความไม่ต่อเนื่องของลมและแสงอาทิตย์ → ต้องมีระบบกักเก็บ/บริหารโหลด (Load Management)/โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
- ข้อจำกัดพื้นที่และภูมิศาสตร์ → ต้องเลือกทำเลอย่างเหมาะสม
- ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเฉพาะด้าน → ต้องประเมินผลกระทบและมีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง
- ต้นทุนเริ่มต้น → ต้องมีเครื่องมือการเงินและนโยบายสนับสนุนที่ออกแบบดี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง
เริ่มจากเรา: วิธีใช้พลังงานสะอาดในชีวิตประจำวัน (ที่ทำได้จริง)
- ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หากเหมาะกับบ้านหรืออาคาร
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ปรับแอร์เหมาะสม วางแผนใช้ไฟให้คุ้มค่า
- เลือกใช้รถ EV หากเหมาะกับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ช่วยลดมลพิษในเมือง และยิ่งสะอาดขึ้นเมื่อไฟฟ้ามาจากแหล่งสะอาดมากขึ้น
- สนับสนุนองค์กร/ชุมชน/สถานศึกษาที่มีมาตรการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมจริงจัง
บทสรุป: พลังงานสะอาดไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือคุณภาพชีวิตของเรา
วันที่ 26 มกราคม 2569 ในวันพลังงานสะอาดสากล เราไม่ได้เฉลิมฉลองแค่เทคโนโลยี แต่กำลังย้ำว่า พลังงานคือสิทธิพื้นฐาน และโลกที่น่าอยู่ต้องเริ่มจากวิธีที่เราผลิตและใช้พลังงาน แม้พลังงานสะอาดอาจไม่ “ไร้ผลกระทบ 100%” แต่เป็นเส้นทางที่พิสูจน์แล้วว่า “ดีกว่าอย่างมีนัย” และจำเป็นต่อการลดโลกร้อน เพิ่มความมั่นคงพลังงาน สร้างงานใหม่ และทำให้อนาคตของเรามีทางเลือกมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก
3) EGAT: https://www.egat.co.th/home/20250627-art01/
4) The Global Goals: https://globalgoals.org/goals/7-affordable-and-clean-energy/