ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

โลกร้อน คนร้อน จุดจบของมนุษยชาติ?

โลกร้อน คนร้อน จุดจบของมนุษยชาติ?

ประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยปกติ เราจะรู้สึกร้อนมาก เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน แต่สำหรับปีนี้ หลาย ๆ คน คงรู้สึกได้ว่า เพิ่งเดือนมีนาคมเท่านั้น ทำไมเรารู้สึกร้อนจัง

เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่าง ๆ หรือแม้แต่การปฏิบัติตัวเพื่อรับมือกับอากาศร้อน หาอ่านได้ที่ เฟซบุ๊ก IPST Thailand ซึ่งจะมีเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและเกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ในเดือนนั้น ๆ สำหรับในเดือนมีนาคม แม้ว่าจะใกล้สิ้นเดือน (ที่หลาย ๆ คนใกล้จะสิ้นใจ) แล้ว แต่เรื่องราวของวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเดือนนี้ยังไม่จบสิ้น เดือนมีนาคมเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายต่อโลกของวิทยาศาสตร์เพราะมีวันที่สำคัญทางวิชาการหรือวันที่ระลึกถึงบุคคลผู้ทรงอิทธิพลต่อความเข้าใจของมนุษยชาติ หนึ่งในนั้นคือการจากไปของ Stephen Hawking

Stephen Hawking หรือ ศ.ฮอว์กิง นักฟิสิกส์เชิงทฤษฎีและนักเอกภพวิทยาผู้มีชื่อเสียงชาวอังกฤษ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งตรงกับวัน Pi และวันคล้ายวันเกิดของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

นอกจากผลงานทางด้านฟิสิกส์แล้ว ศ.ฮอว์กิง ยังมีความสามารถในการสื่อสารกับสาธารณชนให้เข้าใจเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ เขายังเคยกล่าวถึงจุดจบของมนุษยชาติอันเนื่องมาจากฝีมือมนุษย์และธรรมชาติวิบัติไว้ด้วย คำกล่าวของเขาทำให้เกิดเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ถ้ามนุษย์ไม่ได้วางแผนในการโยกย้ายไปสู่ดาวดวงอื่นแล้ว มนุษย์ก็เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ได้ คำเตือนของ ศ.ฮอว์กิง เรียกร้องให้พวกเราตระหนัก หันมาใส่ใจโลกมากขึ้น รวมทั้งบริหารจัดการเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ มีหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ ศ.ฮอว์กิง คาดว่าเป็นสัญญาณเตือนภัย เช่น การได้พบเห็นมนุษย์ต่างดาว การมีเครื่องจักรทำงานแทนมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสู้รบด้วยอาวุธที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือแม้แต่ผู้คนมีอารมณ์รุนแรงและระเบิดอารมณ์ใส่กันมากขึ้น

ศ.ฮอว์กิง เชื่อว่า ถึงแม้ว่า AI จะไม่ได้เป็นผู้ทำลายมนุษยชาติ มนุษย์นี่แหละจะฆ่ากันเองด้วยความเกรี้ยวกราด ศ.ฮอว์กิง กล่าวผ่านสำนักข่าว NBC “ความบกพร่องของมนุษย์ที่ผมอยากแก้ไขมากที่สุดคือ ความก้าวร้าว มันอาจเคยเป็นข้อได้เปรียบในการอยู่รอดในยุคมนุษย์ถ้ำที่ต้องหาอาหาร อาณาเขต หรือคู่ครองสำหรับการสืบพันธุ์ให้มากขึ้น แต่ในปัจจุบันมัน (ความก้าวร้าวนี้) กลับกลายเป็นสิ่งที่คุกคามและอาจทำลายพวกเราทั้งหมดได้”

น่าเสียดายที่พฤติกรรมความก้าวร้าวของมนุษย์ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น องค์กรไม่แสวงหากำไร Armed Conflict Location & Event Data (ACLED) รายงานว่า ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา จำนวนความขัดแย้งทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และในปี 2024 เพียงปีเดียว มีผู้คนทั่วโลกถึงหนึ่งในแปดที่ต้องเผชิญหรือได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
ขณะเดียวกัน งานวิจัยในปี 2023 ที่ตีพิมพ์ใน Yale Journal of Biological Medicine จากการเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 1991 – 2000 พบว่า เมื่ออุณหภูมิโดยรอบของพื้นที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส จำนวนการเสียชีวิตจากความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.4% และพบได้มากกว่าในเพศชาย วัยรุ่น รวมถึงผู้มีการศึกษาน้อย

โลกร้อนเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นแล้วมากกว่า 1.1°C เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม โดยมีสาเหตุหลักจากการปล่อยแก๊สเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของอุณหภูมิอาจดูไม่รุนแรง แต่ในโลกทั้งระบบ นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะมันส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ระบบนิเวศเสียสมดุล และที่สำคัญคือ ผลกระทบต่อมนุษย์ อาทิ การเพิ่มขึ้นของโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจและหลอดเลือด การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ตลอดจนโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำ รวมถึงโรคติดเชื้ออื่น ๆ เช่น การขาดแคลนอาหาร สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนอดอยาก ล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์ในด้านลบเช่นกัน เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียดต่อเนื่อง สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจจะทำงานผิดปกติ ส่งผลให้มนุษย์ตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบ ๆ ตัว ได้อย่างรุนแรงมากขึ้น

งานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยส่งผลกระทบโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญกับอัตราการเกิดอาชญากรรมที่รุนแรง (ฆาตกรรมและทำร้ายร่างกาย) แต่ไม่ส่งผลกับอัตราการเกิดอาชญากรรมที่ไม่รุนแรง (ลักทรัพย์และจารกรรมรถยนต์) งานวิจัยในสเปนพบว่าเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมเพศหญิงโดยบุคคลใกล้ชิด แต่ในทางกลับกัน งานวิจัยจากโคลัมเบียไม่พบความสัมพันธ์ใด ๆ

ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและพฤติกรรมของมนุษย์อธิบายได้ว่า ความเครียดจากความร้อนอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางสมองและสารสื่อประสาทในสมองทำให้เกิดอาการหงุดหงิดและมีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้น นอกจากนี้ ในฤดูที่มีอากาศอบอุ่นขึ้น ผู้คนจะออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น การกระทบกระทั่งกันก็เกิดขึ้นได้มากขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้มีความซับซ้อน ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แม้ภาพรวมจะดูน่ากังวล แต่งานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ได้สรุปว่าโลกร้อนจะนำไปสู่จุดจบของมนุษยชาติโดยตรง มนุษย์ยังคงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัวสูงทั้งในด้านเทคโนโลยีและสังคม เช่น มีความร่วมมือในการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก รณรงค์เรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

“โลกร้อน คนร้อน” ไม่ใช่เพียงคำเปรียบเทียบเชิงวรรณศิลป์ แต่เป็นความจริงที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เปลี่ยนแค่สภาพอากาศ แต่กำลังเปลี่ยน “ธรรมชาติของมนุษย์” ในระดับพฤติกรรมและสังคม
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า มนุษยชาติจะจบลงหรือไม่ แต่คือ เราจะเลือกตอบสนองต่อโลกที่ร้อนขึ้นอย่างไร เพราะในท้ายที่สุด จุดจบอาจไม่ได้ถูกกำหนดโดยอุณหภูมิของโลกแต่ถูกกำหนดโดย “การตัดสินใจของมนุษย์” นั่นเอง

ร่วมรักษ์โลกกับ สสวท. ในกิจกรรม “Too Little Too Late” https://www.ipst.ac.th/teaching/12085/too-little-too-late.html
อ้างอิง: https://www.sciencing.com/1838035/every-way-stephen-hawking-predicted-world-ending/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10303254/pdf/yjbm_96_2_189.pdf