
ในปัจจุบัน ประชาคมโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการกลับมาของปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบแล้ว สิ่งที่น่ากังวลใจยิ่งกว่าคือความเสี่ยงที่จะยกระดับกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ท่ามกลางภาวะ “โลกเดือด” (Global Boiling) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
เข้าใจกลไกการเกิดเอลนีโญ
ปรากฏการณ์เอลนีโญ เป็นความผันแปรเกิดขึ้นบริเวณแถบศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งในสภาวะปกติจะมี “ลมค้า” (Trade Winds) ทำหน้าที่พัดน้ำอุ่นผิวหน้ามหาสมุทรจากฝั่งตะวันออกหรือบริเวณชายฝั่งทวีปอเมริกา ไปสะสมอยู่ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งก็คือแถบเอเชีย ออสเตรเลีย และประเทศไทย ส่งผลให้ในภูมิภาคของเรามีความชุ่มชื้นและมีฝนตก แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ลมค้าจะอ่อนกำลังลงหรือเปลี่ยนทิศทางไป ส่งผลให้น้ำอุ่นผิวหน้ามหาสมุทรสะสมตัวในภูมิภาคของเราน้อยลงหรืออาจไหลย้อนไปสะสมอยู่ทางฝั่งตะวันออกแทน ซึ่งการเปลี่ยนตำแหน่งน้ำอุ่นนี้เองที่เป็นต้นเหตุทำให้พื้นที่ที่เคยมีฝนชุกอย่างไทยและอินโดนีเซียกลับต้องเผชิญกับความแห้งแล้ง ส่วนพื้นที่แห้งแล้งในอเมริกาใต้กลับเจอฝนตกหนักและอุทกภัย
นอกจากนี้ ลมค้าที่อ่อนกำลังลงยังทำให้การยกตัวของน้ำเย็นที่อุดมด้วยสารอาหารเกิดขึ้นน้อยลง ส่งผลให้บริเวณชายฝั่งประเทศเปรูและเอกวาดอร์ซึ่งเป็นแหล่งประมงที่สำคัญมีความอุดมสมบูรณ์และสัตว์น้ำลดลง
สัญญาณเตือน “ซูเปอร์เอลนีโญ” 2026-2027
องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงถึง 63% ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่ติดตามปรากฏการณ์เอลนีโญจะพุ่งสูงกว่าปกติเกิน 2 องศาเซลเซียส หากระดับอุณหภูมิเกินกว่าเกณฑ์นี้ NOAA จะถือว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” หรือ El Niño ระดับรุนแรงมาก ข้อมูลจากแบบจำลองทางภูมิอากาศหลายสำนักชี้ว่า เอลนีโญรอบนี้อาจรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 140 ปี โดยจะเริ่มส่งผลชัดเจนตั้งแต่ปลายปี 2569 เป็นต้นไป
มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดได้จัดอันดับ 220 เมืองใหญ่ทั่วโลก พบว่าเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น โฮจิมินห์ซิตี้ (เวียดนาม) และบันดุง (อินโดนีเซีย) เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูงต่อผลกระทบเชิงโครงสร้างจากความร้อนสะสม
ผลกระทบต่อประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากเอลนีโญมักจะทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติและอุณหภูมิอากาศสูงขึ้น โดยนักวิชาการและหน่วยงานรัฐได้คาดการณ์ผลกระทบที่รุนแรง ดังนี้:
ดัชนีความร้อนพุ่งสูง: ในกรุงเทพมหานคร อุณหภูมิจริงอาจมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 39-41 องศาเซลเซียส แต่ ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) หรือความรู้สึกร้อนที่ร่างกายได้รับจริง อาจพุ่งสูงถึง 50-54 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับอันตรายมากต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด (Heatstroke)
วิกฤตทรัพยากรน้ำและเกษตรกรรม: ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลง 10-30% ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักลดลงอย่างรวดเร็ว พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อาจเสี่ยงขาดแคลนน้ำสูงสุดถึง 39% นอกจากนี้ อากาศที่แห้งแล้งยังเพิ่มความเสี่ยงของไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ที่จะรุนแรงกว่าปีก่อนๆ
ความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจ: ภัยแล้งอาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว อ้อย และพืชอื่นๆ ลดลง นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อจากราคาอาหารที่สูงขึ้น
ผลกระทบพลังงาน: ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อทำความเย็นจะพุ่งสูงขึ้น จนเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าขัดข้องหรือหม้อแปลงเสียหายในบางจุด
แนวทางการปรับตัวสำหรับประชาชน
ท่ามกลางวิกฤตซูเปอร์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรง ประชาชนทั่วไปและเกษตรกรสามารถเตรียมความพร้อมและปรับตัวเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและทรัพย์สิน ดังนี้:
1. การดูแลสุขภาพและป้องกันภาวะวิกฤตจากความร้อน เนื่องจากค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) มีโอกาสพุ่งสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับอันตรายมาก ประชาชนควร:
หลีกเลี่ยงการทำงานกลางแจ้ง: โดยเฉพาะในช่วงเวลา 12.00-16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงสุด หากจำเป็นต้องทำงานควรมีช่วงพักในที่ร่มทุกๆ ชั่วโมงเพื่อป้องกันโรคลมแดด (Heat Stroke)
ดูแลกลุ่มเปราะบาง: เด็กเล็กและผู้สูงอายุควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการระบายอากาศดี หรือจัดเตรียม “ห้องหลบร้อน” ที่มีความเย็นเพียงพอเพื่อลดความเสี่ยงจากการสะสมของความร้อนในร่างกาย
2. การบริหารจัดการน้ำและทรัพยากรในครัวเรือน เมื่อปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลง 10-30% และน้ำในเขื่อนอาจอยู่ในเกณฑ์ต่ำ:
ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า: วางแผนการใช้น้ำในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสำรองน้ำไว้ใช้หากเกิดกรณีน้ำประปาไหลอ่อนจากการลดแรงดันในช่วงวิกฤต
การปรับปรุงที่อยู่อาศัย: ปรับเปลี่ยนทิศทางลมหรือเพิ่มช่องระบายอากาศในบ้าน รวมถึงการใช้ม่านหรือกันสาดเพื่อลดแสงแดดที่ส่องเข้าตัวอาคารโดยตรง จะช่วยลดอุณหภูมิภายในและประหยัดค่าไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศ
3. การปรับตัวสำหรับภาคเกษตรกรรม
เลือกปลูกพืชที่เหมาะสม: เกษตรกรควรติดตามข่าวสารสภาพอากาศระยะยาวและเลือกปลูกพืชที่ทนแล้งหรือใช้น้ำน้อย แทนการปลูกพืชที่ต้องการน้ำสูงอย่างข้าวนาปังหรืออ้อยในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง
เฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ: สภาพอากาศที่แห้งแล้งจะทำให้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และไฟป่ารุนแรงขึ้น ประชาชนควรเตรียมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นขนาดเล็กและติดตามรายงานคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
การติดตามข่าวสารอย่างมีสติ การตรวจสอบพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะจะช่วยให้สามารถวางแผนกิจกรรมล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การขนส่ง หรือการท่องเที่ยว เพื่อลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนฉับพลัน
——————————————-
การกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญและความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ท่ามกลางภาวะโลกเดือด ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญในช่วงปี 2569–2570 ทั้งด้านสภาพอากาศที่ร้อนจัด ภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ ผลกระทบต่อภาคเกษตร เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชน
อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมและปรับตัวอย่างเหมาะสม ทั้งการดูแลสุขภาพ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับรูปแบบการเกษตร และการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ จะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ การรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศจึงไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างความพร้อมและความยืดหยุ่นให้กับสังคมไทยในภาวะวิกฤตเช่นนี้
——————————————-
เอกสารอ้างอิง
กรมอุตุนิยมวิทยา. (ม.ป.ป.). เอลนีโญและลานีญา. สืบค้นจาก https://www.tmd.go.th/info/เอลนโญและลานญา
Annika K. (2569, 18 มิถุนายน). “เอลนีโญ” เริ่มแล้ว! อ็อกซ์ฟอร์ดเปิดชื่อ 20 เมืองทั่วโลก เสี่ยงเจอวิกฤตหนักสุด. Sanook. สืบค้นจาก https://www.sanook.com/news/9819386/
European Space Agency. (2026, June 15). Pacific warming signals El Niño has stirred. Retrieved from https://www.esa.int/Applications/Observing_the_Earth/Pacific_warming_signals_El_Nino_has_stirred
NASA Earth Observatory. (2026, June 18). El Niño Is Underway. Retrieved from https://science.nasa.gov/earth/earth-observatory/el-nino-is-underway/
National Oceanic and Atmospheric Administration. (2026, June 11). El Nino forms, expected to strengthen, say NOAA forecasters. Retrieved from https://www.noaa.gov/news-release/el-nino-forms-expected-to-strengthen-say-noaa-forecasters
Proj14 วิทย์ พื้นฐาน ม.ปลาย. (2564). ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา (โลกและอวกาศ ม.6 บทที่ 8) [วิดีโอ]. YouTube. สืบค้นจาก https://youtu.be/jJ2O6Ga5zH8
TNN Earth. (2569, 15 มิถุนายน). เตือนภัยซูเปอร์เอลนีโญ! กทม. เสี่ยงร้อนแตะ 54 องศาฯ วิกฤตใหญ่กำลังมา. สืบค้นจาก https://www.tnnthailand.com/earth/237899/
TNN Originals. (2569). “ซูเปอร์เอลนีโญ” ร้อนนี้ไม่ธรรมดา! อาจรุนแรงสุดในรอบ 140 ปี l Global Link EP.15 [วิดีโอ]. YouTube. สืบค้นจาก https://youtu.be/vqUOeO8FWRo
World Meteorological Organization. (2026). El Niño / La Niña Phenomena. Retrieved from https://wmo.int/topics/el-nino-la-nina-phenomena
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เล่ม 3. โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.