

ภาพจากเว็บไซต์แนวหน้า
“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ
พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระราชดำรัสประโยคนี้แก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 และเป็นจุดเริ่มต้นของ “โครงการป่ารักน้ำ” พระองค์ทรงตั้งกองทุนอาชีพสำหรับโครงการ โดยใช้เงินจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพและทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และทรงให้เตรียมพื้นที่ 1 ไร่ เพื่อทรงปลูกป่าเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรที่อาศัยในพื้นที่และใกล้เคียง จากนั้นทรงชวนราษฎรมาร่วมกันปลูกป่าเพื่อเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งผลของโครงการปรากฏเป็นรูปธรรมทั้งในผืนป่าและในชีวิตของราษฎร

ภาพจากเว็บไซต์SCGC (12 พ.ย. 2568)
ในมิติของระบบนิเวศนั้น พื้นที่ป่าประมาณ 17,000 ไร่ภายในเขตโครงการได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาอุดมสมบูรณ์ พรรณพืชมีความหลากหลายมากขึ้น และดินสามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ป่าและระบบนิเวศจึงกลับคืนสู่สมดุล พร้อมกับที่พื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มพูนขึ้น สำหรับมิติของชุมชน เมื่อป่าต้นน้ำฟื้นตัว ราษฎรในตำบลปทุมวาปีและพื้นที่ใกล้เคียงก็มีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตรราว 5,000 ไร่ ครอบคลุม 1,400 ครัวเรือน หรือประชากร 6,046 คน และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ชาวบ้านเกิดความรักและหวงแหนผืนป่าเพิ่มขึ้น จึงช่วยยับยั้งการตัดไม้และการบุกรุกป่าในเขตอุทยานแห่งชาติได้ ผลลัพธ์ทั้งสองด้านนี้ชี้ให้เห็นว่า เมื่อคนได้ประโยชน์จากป่า ป่าก็ได้คนดูแล โครงการพระราชดำริป่ารักน้ำนี้สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนมีส่วนร่วมที่นักวิชาการด้านการอนุรักษ์ให้ความสำคัญในเวลาต่อมา


(ซ้าย) ภาพจากไทยรัฐออนไลน์ (วันที่ 7 ส.ค. 2553), (ขวา) ภาพจากเฟซบุค Boy Entertain (25 ต.ค. 2568)
ระหว่างที่พระองค์ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรนั้น ทรงพบปัญหาที่ป่าต้นน้ำถูกบุกรุกทำลายเพราะชาวบ้านไม่มีที่ทำกิน ทรงเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล โดยโครงการนำหลักการปลูก “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ นั่นคือปลูกไม้ใช้สอย ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจปะปนกันให้มีโครงสร้างคล้ายป่าธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้คือทั้งความพอกิน พอใช้ พออยู่ และระบบอนุรักษ์ดินและน้ำไปพร้อมกัน ซึ่งช่วยลดการชะล้างหน้าดินและรักษาความชุ่มชื้นได้ดีกว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยว



ภาพโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก จากสำนักข่าวอ่างแก้ว (5 พ.ย. 2568)
แนวคิดนี้ถูกนำไปทดลองใช้จริงในหลายพื้นที่ เช่น “โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่” ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้ผืนป่าและต้นน้ำลำธารอุดมสมบูรณ์ไปพร้อมกับที่คนในชุมชนรอบป่ามีชีวิตที่ดีขึ้น จึงทรงริเริ่มโครงการนี้ในหลายภูมิภาค โดยพระราชทานที่อยู่อาศัยและที่ทำกินบริเวณรอบป่าสงวนแห่งชาติแก่ราษฎรผู้ยากไร้ และให้ราษฎรนั้นร่วมเป็นกำลังสำคัญของเจ้าหน้าที่ในการดูแลและฟื้นฟูป่าใกล้บ้าน ทั้งต้นน้ำและสัตว์ป่า ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพเสริมให้ครอบครัวมีรายได้พอเลี้ยงตนเอง เมื่อมีอาชีพ มีรายได้ การบุกรุกป่าจึงลดลง และชาวบ้านหันมาช่วยรักษาป่าให้กลับคืนสภาพเดิม เช่น ที่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโพนสว่าง ตำบลโพนสว่าง-ป่าปลาปาก อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2535 มีราษฎร 11 หมู่บ้านเข้าร่วมฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม และที่ดอยฟ้าห่มปก ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า กะเหรี่ยง มูเซอ และลีซอ เข้าร่วมโครงการปลูกป่าฟื้นฟูควบคู่กับการทำมาหากินอย่างยั่งยืน

ภาพจากสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) (13 ก.พ. 2568)
พระองค์ทรงมองว่าการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนต้องแก้ที่ “คน” ก่อนแก้ที่ “ป่า” โดยโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ยึดหลัก “3 อ.” เป็นแนวทางให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน คือ “อิ่ม” ครัวเรือนมีอาหารและโปรตีนเพียงพอ ผ่านการทำเกษตรเพื่อพึ่งตนเองและการเลี้ยงสัตว์ “อุ่น” มีบ้านและที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง จึงไม่ต้องโยกย้ายถิ่นหรือทำไร่เลื่อนลอย และ “อุดมการณ์” การปลูกฝังจิตสำนึกให้ชุมชนรักและหวงแหนป่า ช่วยกันดูแลและฟื้นฟูต้นน้ำลำธาร เพื่อให้คนกับป่าเกื้อกูลกันต่อไป เพราะถ้าคนไม่มีรายได้ ป่าก็จะถูกบุกรุกซ้ำอีก แต่เมื่อชุมชนมีส่วนร่วมดูแลป่าร่วมกับภาครัฐ แทนการกันคนออกจากพื้นที่ การอนุรักษ์จึงอยู่ได้ยาว
เพื่อเป็นการต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการหล่อหลอมให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน คุณครูสามารถนำไปจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนโดยพานักเรียนไปทัศนศึกษาป่าชุมชนใกล้บ้าน หรือชวนนักเรียนอภิปรายเรื่องการอยู่อาศัยของคนร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ในวาระครบหนึ่งปีแห่งการเสด็จสวรรคต ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงานของ สสวท. ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอน้อมนำพระราชดำริที่ทรงสร้างป่าให้ป่ารักน้ำ เป็นแรงบันดาลใจให้พสกนิกรชาวไทยร่วมใจดูแลผืนป่าและสืบสานพระราชปณิธานสืบไป
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก :
- SCGC (SCG Chemicals)
- ไทยรัฐออนไลน์
- แนวหน้า
- เฟซบุค Boy Entertain
- สำนักข่าวอ่างแก้ว
- สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน)
อ้างอิง :
- SD Thailand. 25 ตุลาคม 2568. ‘ป่ารักน้ำ -บ้านเล็กในป่าใหญ่’ พระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ป่าและดูแลราษฎร โครงการพระราชดำริ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’. https://www.sdthailand.com/2025/10/hm-queen-sirikit-royal-initiative-projects/ เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2569
- เดลินิวส์ออนไลน์. 16 พฤศจิกายน 2568. “บ้านเล็กในป่าใหญ่” คนอยู่กับป่าสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน. https://www.dailynews.co.th/news/5305941/ เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2569
- เฟซบุค PR กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช. วีดิทัศน์. https://www.facebook.com/reel/1141372751520516 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2569
- มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. สิงหาคม 2547. ที่นี่ดอยแง่ม (ข่าวสารสำหรับพนักงานและเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง). https://web.archives.mfu.ac.th/database/files/original/368d1826ab57f567835ae99 ec45d6ad5.pdf เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2569
- สำนักงาน กปร.. ม.ป.ป. โครงการป่ารักน้ำตามพระราชดำริ. https://projects.rdpb.go.th/projects/6309375610191872/- เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2569
- สำนักงาน กปร. ม.ป.ป. โครงการป่ารักน้ำตามพระราชดำริ. https://km.rdpb.go.th/Project/View/7074 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2569
- สำนักงาน กปร.. ม.ป.ป. โครงการพัฒนาและฟื้นฟูสภาพป่าพื้นที่โครงการป่ารักษ์น้ำบ้านถ้ำติ้วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. https://km.rdpb.go.th/Project/View/8889 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2569
- สำนักงาน กปร.. ม.ป.ป. ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง. https://km.rdpb.go.th/Knowledge/View/58 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2569