
ในขณะที่เราต้องเข้าครัวทำอาหารหรือออกไปซื้อของกินเมื่อรู้สึกหิว แต่พืชกลับมีความสามารถพิเศษที่น่าทึ่งกว่านั้น นั่นคือการสร้างอาหารได้ด้วยตัวเองผ่านกระบวนการ “การสังเคราะห์ด้วยแสง” (Photosynthesis) กระบวนการนี้เปรียบเสมือนโรงงานผลิตพลังงานทางธรรมชาติที่เปลี่ยนพลังงานจากแสงแดดให้กลายเป็นสารอาหารสะสมไว้ในส่วนต่าง ๆ และยังมอบของขวัญล้ำค่าอย่างแก๊สออกซิเจนให้สิ่งมีชีวิตทั่วโลกได้ใช้หายใจ พร้อมทั้งช่วยลดปัญหาโลกร้อนไปในตัว
ลองจินตนาการดูนะครับว่า ถ้าวันหนึ่งเราหิวแล้วเพียงแค่ไปยืนตากแดดก็อิ่มท้องได้เหมือนพืชก็คงจะดีไม่น้อย แต่ในความเป็นจริง พืชต้องอาศัย “วัตถุดิบ” สำคัญหลายอย่างในการปรุงอาหาร ได้แก่ แสงแดด ที่เป็นแหล่งพลังงานหลัก คลอโรฟิลล์ หรือสารสีเขียวที่ทำหน้าที่เหมือนเชฟคอยดูดซับแสง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศ และ น้ำ ที่รากดูดขึ้นมาจากดิน เมื่อส่วนผสมเหล่านี้มาเจอกันในส่วนที่มีสีเขียวของพืช เช่น ใบ หรือลำต้น พืชก็จะเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็น น้ำตาล และ แก๊สออกซิเจน
น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นไม่ได้มีไว้แค่ให้พืชใช้เติบโตเท่านั้น แต่ยังถูกเปลี่ยนเป็นแป้ง เซลลูโลส หรือโปรตีนสะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ เช่น ผล ราก และเมล็ด ซึ่งกลายมาเป็นอาหารหลักของมนุษย์และสัตว์ นอกจากนี้ พืชยังช่วยดูแลโลกของเราด้วยการดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เหลือใช้ และคายออกซิเจนออกมาเพื่อรักษาสมดุลของชั้นบรรยากาศ สิ่งของรอบตัวเราในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกระดาษที่ใช้เขียน บ้านไม้ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรค ต่างก็มีจุดเริ่มต้นมาจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่แสนมหัศจรรย์นี้ทั้งสิ้น
เรียนรู้เพิ่มเติมแบบไม่น่าเบื่อไปกับแอนิเมชัน เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง >> http://ipst.me/10650