
เมื่อเข้าสู่ช่วงเปิดภาคเรียน เด็ก ๆ ต้องกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันในห้องเรียน ทำกิจกรรมกลุ่ม รับประทานอาหาร และใช้ของร่วมกันมากขึ้น ทำให้โรคติดต่อหลายชนิดแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง ผู้ปกครองและครูจึงควรเฝ้าระวังอาการเจ็บป่วย และปลูกฝังสุขอนามัยที่ดีให้กับเด็กอย่างสม่ำเสมอ
โรคที่ต้องระวังเมื่อโรงเรียนเปิดเทอมที่พบได้บ่อยในประเทศไทย คือ
โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
โรคยอดฮิตช่วงเปิดเทอม เกิดจากเชื้อไวรัส ติดต่อผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งของร่วมกัน เด็กมักมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล อ่อนเพลีย หากเป็นไข้หวัดใหญ่อาจมีไข้สูงและปวดเมื่อยมาก
วิธีป้องกัน
- สวมหน้ากากเมื่อป่วย
- ล้างมือบ่อย ๆ
- ไม่ใช้แก้วน้ำหรือช้อนร่วมกัน
เรียนรู้เรื่องสาเหตุ กลไกการทำให้เกิดโรคและวิธีการป้องกัน ได้จาก https://myipst.ipst.ac.th/medias/การป้องกันตัวจากไข้หวัดใหญ่
โรคมือ เท้า ปาก
พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะระดับอนุบาล ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก หรือการสัมผัสของเล่นและพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ เด็กจะมีไข้ มีแผลในปาก และมีตุ่มแดงที่มือ เท้า หรือก้น
วิธีป้องกัน
- หมั่นล้างมือ
- ทำความสะอาดของเล่นและห้องเรียน
- หากเด็กป่วยควรหยุดเรียนจนกว่าจะหาย
เรียนรู้เรื่องโรคมือ เท้า ปาก vs โรคปากเท้าเปื่อย ได้จาก https://www.scimath.org/article-biology/item/286-disease
โรคตาแดง
เป็นโรคติดต่อที่แพร่ได้ง่ายในโรงเรียน เกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย อาการคือ ตาแดง แสบตา มีขี้ตา น้ำตาไหล
วิธีป้องกัน
- ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
- ล้างมือก่อนจับตา
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ
เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เด็กอาจมีอาการปวดท้อง อาเจียน หรือถ่ายเหลว เป็นไข้ เป็นต้น
วิธีป้องกัน
- กินอาหารปรุงสุกใหม่
- ล้างมือก่อนกินอาหาร
- ดื่มน้ำสะอาด
อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.scimath.org/article-biology/item/4778-21031
โรคไข้เลือดออก
แม้ไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คน แต่พบมากในช่วงฤดูฝนซึ่งมักตรงกับช่วงเปิดเทอม มียุงลายเป็นพาหะ อาการสำคัญคือ ไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อย และอาจมีจุดเลือดออกตามตัว
วิธีป้องกัน
- กำจัดแหล่งน้ำขังในโรงเรียนและบ้าน
- ทายากันยุง
- สวมเสื้อผ้ามิดชิด
รู้จักกับลูกน้ำยุง https://www.scimath.org/article-biology/item/12792-2023-01-20-06-30-30
นอกจากโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากยุงเป็นพาหะแล้ว ยังมีโรคเท้าช้าง และชิคุนกุนยาอีกด้วย ดังนั้น ต้องระวังอย่าให้ยุงกัดเลยจะปลอดภัยที่สุด
สุดท้าย แม้สถานการณ์ของโรคระบาดโควิด 19 จะดีขึ้น แต่ยังคงพบการติดเชื้อเป็นระยะ โดยเฉพาะในพื้นที่แออัด อาการอาจคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออ่อนเพลีย
วิธีป้องกัน
- ล้างมือสม่ำเสมอ
- สวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วย
- หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้มีอาการป่วย
อ่านเรื่องเกี่ยวกับ โควิด-19 https://www.ipst.ac.th/tag/โควิด-19
- การดูแลเด็กเมื่อเปิดเทอม
- นอกจากการเฝ้าระวังโรค ผู้ปกครองควรดูแลสุขภาพเด็กให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น
- ให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่
- นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- สังเกตอาการผิดปกติก่อนส่งไปโรงเรียน
- หากเด็กมีไข้สูง ซึม หายใจลำบาก หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและลดความรุนแรงของโรค
- การร่วมมือกันระหว่างบ้านและโรงเรียนในการดูแลสุขอนามัย จะช่วยให้เด็ก ๆ เรียนหนังสือได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรงตลอดภาคเรียน