ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สสวท. ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง เดินหน้าปฏิรูปหลักสูตรผลิตครูฐานสมรรถนะตามกรอบแนวคิด TPACK รองรับโลกยุคใหม่และมาตรฐานวิชาชีพครูฉบับปรับปรุงของคุรุสภา

สสวท. ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง เดินหน้าปฏิรูปหลักสูตรผลิตครูฐานสมรรถนะตามกรอบแนวคิด TPACK รองรับโลกยุคใหม่และมาตรฐานวิชาชีพครูฉบับปรับปรุงของคุรุสภา

รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและนักวิชาการ สสวท. ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการปฏิรูปหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีทั่วประเทศ มุ่งตอบโจทย์มาตรฐานวิชาชีพใหม่และแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเยาวชนไทยในเวทีสากล เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมเฉวง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ทำไมต้องปฏิรูปหลักสูตร?

ระบบการผลิตครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากสองทิศทางพร้อมกัน ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล และมาตรฐานวิชาชีพครูฉบับปรับปรุงของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาที่กำหนดให้หลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิตต้องปรับโครงสร้างรายวิชาให้สอดคล้องกับกรอบสมรรถนะใหม่

สสวท. ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง จึงร่วมกันกำหนดมาตรฐานกลางด้านเนื้อหาและสมรรถนะ TPACK (Technological Pedagogical Content Knowledge) มาใช้เป็นหัวใจหลัก เพื่อหล่อหลอมความรู้ใน 3 ด้าน ได้แก่ เนื้อหาวิชา (CK), ศาสตร์การสอน (PK) และเทคโนโลยี (TK) ให้บูรณาการเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง ออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และชุมชน มาตรฐานวิชาชีพเพื่อการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2567 กลุ่มรายวิชา TPACK ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต นอกจากนี้ ยังร่วมกันพัฒนาคณาจารย์ให้มีสมรรถนะ TPACK ไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง รวมทั้งใช้ Active Learning และเทคโนโลยีการเรียนรู้สมัยใหม่ เพื่อสร้างครูรุ่นใหม่ที่สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพในทุกบริบททั่วประเทศ

เพราะความสำเร็จของนักเรียนเริ่มต้นที่ครู!

สสวท. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู โดยได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศภายใต้บันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับการศึกษาและพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ นักศึกษาครู และครูประจำการในรายวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (STEM) ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และมาตรฐานสากลตามแนวทาง PISA ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมทั้งการร่วมพัฒนาหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างระบบพี่เลี้ยงทางวิชาการในพื้นที่ผ่าน PLC การผลิตสื่อและแผนการจัดการเรียนรู้ต้นแบบที่เน้นสมรรถนะผู้เรียน ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางสำหรับเนื้อหาที่ยากต่อการจัดการเรียนรู้และหลักสูตรผู้แนะนำการเรียนรู้ (Coaching) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำการจัดการเรียนรู้ยุคใหม่ พร้อมทั้งขยายผลการพัฒนาสู่คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏ นักศึกษาครู ศึกษานิเทศก์ และเครือข่ายสถานศึกษาในภูมิภาคต่าง ๆ อันนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน