
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เดินหน้าปรับรูปแบบการบริหารจัดการทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ปรับเปลี่ยนข้อจำกัดและกฎระเบียบเดิมเพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง โดยเตรียมนำเสนอมาตรการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบมาตรการยืดหยุ่น หั่นเวลาใช้ทุนนอก 1 เท่า วัดผลงานนวัตกรรมลดหย่อนเวลา ด้านผู้อำนวยการ สสวท. มั่นใจ แนวทางใหม่นี้จะเปลี่ยนแปลงระบบทุน และช่วยดึงศักยภาพคนเก่งให้อยู่ช่วยพัฒนาประเทศด้วยความเต็มใจและมั่นใจ
สสวท. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายศูนย์โรงเรียนและศูนย์มหาวิทยาลัย พสวท. ในวันที่ 4 – 6 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเคป ราชา ศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยศูนย์โรงเรียนและศูนย์มหาวิทยาลัยในโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ได้ร่วมรับทราบผลการดำเนินงานของทุน พสวท. และโครงการห้องเรียน พสวท.(สู่ความเป็นเลิศ) ร่วมวางแผนการดำเนินงาน การบริหารจัดการ และการดูแลผู้รับทุน พสวท. ทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอุดมศึกษา รวมไปถึงระดับหลังสำเร็จการศึกษา ให้เกิดความคล่องตัวอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท.เป็นประธานในการประชุม และ ดร.สุพรรณี ชาญประเสริฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสวท. และทีมฝ่าย พสวท. ของ สสวท. ร่วมประชุมชี้แจงและระดมความคิดกับเครือข่าย พสวท. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุน
รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล เปิดเผยว่า การปรับรูปแบบการบริหารทุน พสวท. ในครั้งนี้ ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการ สสวท. และคณะกรรมการกำหนดนโยบายผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) เป็นประธานเรียบร้อยแล้ว โดยแนวทางสำคัญในปฏิรูปทุน พสวท. ได้แก่
1. เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบทุน จากเดิมที่ระบบทุน พสวท. จะรับนักเรียนทุนเฉพาะในระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ไปจนจบปริญญาเอก ปัจจุบันจะปรับสัญญาให้แบ่งเป็นช่วงตามระดับการศึกษา โดยสัญญาส่วนแรก
จะควบระดับปริญญาตรีถึงปริญญาโท
“จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบแนวโน้มว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่อยากใช้เวลาในการเรียนนาน หลายคนสำเร็จการศึกษาปริญญาโท แล้วอยากหางานทำเลย มีการเริ่มขออนุมัติยุติทุน พสวท. ในระดับปริญญาโท ซึ่งหากสำเร็จการศึกษาปริญญาโท แล้วต้องการทำงาน ก็ถือว่าไม่ผิดสัญญาทุน และหากอนาคตต้องการศึกษาต่อปริญญาเอก
ก็สามารถกลับเข้ามารับทุนต่อได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเปิดกว้างให้สามารถเข้ามาขอรับทุนในระดับปริญญาโท-เอกได้มากขึ้น ได้เพิ่มเติมด้วย เป็นการลดปริมาณแต่เน้นเพิ่มคุณภาพให้เหลือศูนย์ละ 10 คน รวม 100 คนต่อชั้นปีทั่วประเทศ” รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช กล่าว
2. ลดระยะเวลาปฏิบัติงานชดใช้ทุนสำหรับผู้ศึกษาต่อต่างประเทศ ปรับลดเงื่อนไขที่เคยสร้างความกังวลใจให้แก่นักเรียนทุนนอก จากเดิมที่กำหนดให้ต้องกลับมาชดใช้ทุนเป็นระยะเวลา 2 เท่า ของเวลาเรียน ให้เหลือเพียง 1 เท่า (สูงสุดไม่เกิน 10 ปี) เท่ากับการเรียนในประเทศ
“เงื่อนไขเดิมหากรับทุน พสวท. ไปศึกษาต่างประเทศ 5 ปี ต้องใช้ทุน 10 ปี การปรับลดเหลือ 1 เท่านี้
จะช่วยลดความกังวลใจ และดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศให้พร้อมกลับมาปฏิบัติภารกิจและปักหลักพัฒนางานวิจัยในประเทศไทยทันทีหลังเรียนจบ โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว” รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช กล่าว
3. ปรับหลักเกณฑ์ตอบแทนวิธีใหม่ วัดกันที่ฝีมือ (Performance-Based) จากเดิมที่ผู้รับทุนต้องตอบแทนทุนด้วย “จำนวนชั่วโมงหรือระยะเวลาการปฏิบัติงาน” แต่เปิดโอกาสให้นำผลงานวิจัย นวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา หรือสิทธิบัตรที่สร้างผลกระทบเชิงประจักษ์มาประเมินเพื่อ “ลดหย่อนระยะเวลาตอบแทนทุน”
“ปัจจุบันเรื่องการชดใช้ทุนมักเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองและกล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์เป็นระยะ ๆ อนาคต สสวท. จะปรับเปลี่ยนการพิจารณาให้ตอบแทนทุน โดยบัณฑิตทุนมีผลงานวิจัยโดดเด่น เช่น ได้ตีพิมพ์ในวารสารระดับ Q1 หากสร้างผลงานดีต่อเนื่อง ก็นำมาลดหย่อนระยะเวลาตอบแทนทุนได้ จากต้องใช้ทุน 10 ปี อาจเหลือเพียง 5 ปี ช่วยให้พวกเขามีอิสระในการไปทำ Startup หรือประกอบกิจการส่วนตัวได้เร็วขึ้น”
ทั้งนี้ สสวท. จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อ 1-3
4. ระบบรองรับการเข้าสู่ตำแหน่งงาน (DPST Talent Partnership Framework) สสวท. จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งมหาวิทยาลัย ศูนย์ พสวท. หน่วยงานวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชนชั้นนำ ในการวางแผนเส้นทางอาชีพและจับคู่งาน (Job Matching) ตั้งแต่ผู้รับทุนยังเรียนไม่จบ เพื่อการันตีว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะมีตำแหน่งงานรองรับทันที ตอบโจทย์กำลังคนตรงสายวิจัยและนวัตกรรม
เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ให้ทุน” สู่การสร้าง “Ecosystem” ที่ยั่งยืน ผู้อำนวยการ สสวท. เน้นว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ได้รับเสียงตอบรับและเห็นชอบอย่างดียิ่งจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีแนวคิดที่จะนำโมเดลความยืดหยุ่นนี้
ไปปรับใช้กับทุนกระทรวงอื่น ๆ ต่อไปด้วย
“สสวท. ต้องการสื่อสารให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าใจตรงกันว่าการเป็นนักเรียนทุนไม่ต้องถูกบังคับให้อยู่
ในกรอบเงื่อนไขที่จำกัดเพราะ หากระบบถูกออกแบบให้สะดวก ยืดหยุ่น และเอื้อต่อสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย
ในการผลิตนักวิจัยคุณภาพสูง การรับทุนและการชดใช้ทุนจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและทรงประสิทธิภาพสูงสุดที่จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้า” รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช กล่าวสรุป
ทั้งนี้ สสวท. กำลังเตรียมจัดงานใหญ่DPST Job Fair ในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรีร่วมเดินทางมาเป็นประธานและมอบเสื้อเกียรติยศ DPST Hall of Fame ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ทุน พสวท.
ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย ซึ่งงานนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนเพื่อรองรับ
การทำงานของนักเรียนทุนอย่างเป็นระบบ
ท้ายสุด ผู้อำนวยการ สสวท. ได้กล่าวขอบคุณศูนย์ พสวท. ที่ได้ร่วมมือและสนับสนุนงาน พสวท. ให้กับ สสวท. มาโดยตลอด และ สสวท. จะพัฒนางานให้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก
ประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เครือข่าย พสวท. ได้ร่วมหารือแนวทางพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงาน เช่น การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์จากส่วนกลางที่สามารถใช้ร่วมกันกับเครือข่ายศูนย์ พสวท. ทั่วประเทศ เช่น แบนเนอร์ คลิปประชาสัมพันธ์ ดูแลผู้รับทุนและให้เห็นเส้นทางการรับทุนและการประกอบอาชีพอย่างชัดเจน ความมั่นใจในการเลือกหน่วยงานปฏิบัติงานตอบแทนทุน การเสริมกำลังคนในการปฏิบัติงาน เป็นต้น
ฝ่าย พสวท.


ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวเปิดและให้ข้อมูลความคืบหน้าการเตรียมเสนอ ครม. แก่เครือข่าย พสวท.



ศูนย์โรงเรียนและศูนย์มหาวิทยาลัยในโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) และ สสวท. ที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายศูนย์โรงเรียนและศูนย์มหาวิทยาลัย พสวท.



ภาพรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2569 ของศูนย์ พสวท. ระดับมัธยมศึกษา



ภาพรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2569 ของศูนย์ พสวท. ระดับอุดมศึกษา


ภาพการระดมความคิดเพื่อวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงานเครือข่าย พสวท.