ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สสวท. เปิดเวที DPST Job Fair 2026 เชื่อมคนเก่งวิทยาศาสตร์สู่อนาคตประเทศ เดินหน้าปฏิรูประบบทุน พสวท. สร้างโอกาสงานตรงศักยภาพ

สสวท. เปิดเวที DPST Job Fair 2026 เชื่อมคนเก่งวิทยาศาสตร์สู่อนาคตประเทศ เดินหน้าปฏิรูประบบทุน พสวท. สร้างโอกาสงานตรงศักยภาพ

 กรุงเทพมหานคร, 17 กันยายน 2569 – สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดงาน “DPST Job Fair 2026” เพื่อส่งเสริมสมรรถนะผู้รับทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  (ทุน พสวท.)  และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติงานตอบแทนทุน ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Find your Path, Match your Future” ระหว่างวันที่ 17 – 18 กันยายน 2569 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบเสื้อเกียรติยศ DPST Hall of Fame ประจำปี 2568 แก่บัณฑิต พสวท. ผู้มีผลงานวิจัยดีเด่น พร้อมด้วย รศ. ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. คณะผู้บริหาร วิทยากร ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงผู้รับทุน พสวท. เข้าร่วมงานมากกว่า 150 คน

ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว.บรรยายพิเศษ ชูแนวคิด “Science Talent for Thailand’s Future” เปลี่ยนพันธะทุนเป็นโอกาสสร้างชาติ เน้นย้ำถึงทิศทางใหม่ของการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ หรือผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างและต่อยอดเทคโนโลยียุคใหม่ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดประสบการณ์การเป็นนักวิจัย โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศการวิจัยขึ้นมาด้วยตนเองท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณและสถานที่ รวมถึงเส้นทางการเปลี่ยนงานวิจัยไปสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพและการแก้กฎระเบียบเพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้สามารถผลิตผลงานนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง พร้อมเอื้อประโยชน์ต่อนักเรียนทุนและบุคลากรสายวิชาการทั่วประเทศ ในช่วงท้ายท่านได้ส่งต่อกำลังใจให้แก่นักเรียนทุน พสวท. ในการเป็นผู้สร้างที่พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางแห่งความหวังและทางออกของปัญหาในระดับสากล ทั้งนี้ “ประเทศไทยมีคนเก่งอยู่แล้ว ความท้าทายคือการสร้างระบบที่ทำให้คนเก่งได้รับโอกาสที่เหมาะสม
ได้ทำงานกับโจทย์ที่มีความหมาย พสวท. ยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่ผู้ให้ทุน แต่เป็นกลไกเชื่อม Talent ของไทย เข้ากับอนาคตของประเทศไทย”

ด้าน รศ. ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. เผยแผนปฏิรูประบบทุนเชิงรุก ลดหย่อนเวลา
ชดใช้ทุน-เพิ่มความยืดหยุ่น
กล่าวว่า โครงการ พสวท. ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 และส่งมอบนักวิทยาศาสตร์และนวัตกรเข้าสู่ระบบงานแล้วกว่า 2,000 คน การจัดงานในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากมติคณะกรรมการนโยบายฯ
เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อเตรียมเส้นทางอาชีพเชิงรุกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ สสวท. ได้แจ้งความคืบหน้าสำคัญของการ ปฏิรูประบบทุน พสวท. ครั้งใหญ่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายฯ แล้ว และกำลังเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติ ได้แก่ แบ่งสัญญาทุนตามระดับการศึกษา เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้เรียน ลดหย่อนเวลาชดใช้ทุนต่างประเทศ จากเดิม 2 เท่า เหลือเพียง 1 เท่า (สูงสุดไม่เกิน 10 ปี) และประเมินผลแบบ Performance-Based: เปิดโอกาสให้นำผลงานวิจัย นวัตกรรม หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่โดดเด่น มาลดหย่อนระยะเวลาชดใช้ทุนได้

“สสวท. กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ให้ทุน” สู่การสร้าง “Ecosystem” ที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเปิดกว้าง เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่มีอิสระในการสร้างสรรค์ประโยชน์และขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”

ภายในงานยังมีกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะรอบด้าน พร้อมเปิดโอกาสให้บัณฑิตทุน พสวท. ได้พบปะองค์กรผู้ใช้ทุน เรียนรู้ประสบการณ์จากรุ่นพี่ และเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริง ประกอบด้วย การเสริมสร้าง Soft Skills ยุคใหม่: เวิร์กชอปหัวข้อ “How to create professional profile and QUICK WIN interview tips” DPST JOB FAIR & CV Matching: พื้นที่ออกบูธจากองค์กรชั้นนำภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนกว่า 15–20 แห่ง เพื่อสัมภาษณ์งานและจับคู่คุณลักษณะงาน (Job Matching) เชิงรุก การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI: บรรยายพิเศษ “แนะนำการใช้ AI Job Matching” เพื่อใช้เทคโนโลยีช่วยจับคู่งานอย่างตรงจุด และ DPST Networking: กิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับรุ่นพี่ทุน พสวท. ใน 4 สายงานหลัก (อาจารย์, นักวิจัย/นักวิชาการ, ข้าราชการ/พนักงานรัฐ และภาคเอกชน)

การจัดงาน DPST Job Fair 2026 และทิศทางการปฏิรูปโครงการทุน พสวท. ในครั้งนี้ ถือเป็น “จุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์” ครั้งสำคัญของประเทศไทยในการบริหารจัดการทุนมนุษย์ โดยก้าวข้ามกรอบคิดเดิมจาก การเป็นเพียงโครงการให้ทุนการศึกษา สู่การเป็นกลไกสร้างชาติที่เชื่อมโยงศักยภาพของนักวิทยาศาสตร์และนวัตกรรุ่นใหม่เข้ากับโจทย์ความท้าทายที่แท้จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจฐานความรู้ และส่งเสริมศักยภาพ
การแข่งขันของชาติในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน