

ทรงเห็นความสำคัญของผ้าไหมไทย ที่มา: บทความ“ย้อนชมพระราชกรณียกิจของพระพันปีหลวง กับการยกระดับผ้าไทย เผยความงามสง่าสู่สายตาสากล” วันที่ 27 ต.ค. 2568 โดย นิตยสาร Elle
ผืนผ้าไหมแต่ละผืนไม่เพียงเป็นสิ่งทอที่งดงาม แต่ยังเป็นผลผลิตจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ซับซ้อน ผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นและพระปรีชาสามารถในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงสร้างสรรค์ศิลปะจากผืนผ้าไหม พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระมารดาแห่งไหมไทย” โดยทรงพลิกฟื้นผ้าไหมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ปรับปรุงด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ และส่งผ้าไหมสู่เวทีนานาชาติ ซึ่งเป็นการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่พสกนิกร
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังผ้าไหม


ภาพหนอนไหมและรังไหม ที่มา: https://www.scimath.org/image-biology/item/11998-2020-12-02-06-32-39-11922-11998
ผ้าไหมเป็นหนึ่งในเส้นใยธรรมชาติที่มหัศจรรย์และมีประโยชน์หลากหลาย รู้หรือไม่ว่าเส้นไหมไม่ใช่เส้นใยพืชเหมือนกับฝ้าย แต่เส้นไหมคือเส้นใยโปรตีนที่สร้างมาจากหนอนไหม Bombyx mori เพื่อสร้างรังไหมหรือปลอกหุ้มดักแด้ เส้นไหมประกอบด้วยโปรตีนหลัก 2 ชนิด คือ ไฟโบรอิน (Fibroin) ประมาณ 70-80% และ เซริซิน (Sericin) ประมาณ 20-30% โดยหนอนไหมหลั่งไฟโบรอินมาจากต่อมใต้ศีรษะเพื่อสร้างรังห่อหุ้มตัว ในหนึ่งรังไหมนั้นหนอนไหมจะชักใยออกมาประมาณ 900-1,500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการสร้างรังสมบูรณ์ นอกจากนี้ โปรตีนเซริซินที่หนอนไหมสร้างยังทำหน้าที่เป็นกาวธรรมชาติที่ยึดเกาะเส้นไหมให้แน่น ที่ต้องใช้การต้มในน้ำอุณหภูมิประมาณ 89-90 องศาเซลเซียสเพื่อทำลายเซริซินและสาวเส้นไหมออกมา
วงจรชีวิตของหนอนไหมใช้เวลาประมาณ 45-52 วัน แบ่งเป็น 4 ระยะคือ ไข่ ตัวหนอน ดักแด้ และผีเสื้อ ในระยะตัวหนอน หนอนไหมจะกินใบหม่อนเป็นอาหาร ลอกคราบประมาณ 4-5 ครั้ง เมื่อหนอนสุกจะชักใยสร้างรังในช่วง 6-7 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในกระบวนการผลิตเส้นไหม เกษตรกรต้องเก็บรังไหมก่อนที่ผีเสื้อจะใช้น้ำลายที่มีฤทธิ์เป็นด่างละลายรังและเจาะรังออกมา ซึ่งเส้นไหมจะขาดเป็นท่อนสั้นไม่สามารถนำมาสาวได้

ภาพเครื่องแต่งกายที่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทย จะสามารถสังเกตเห็นความเงางาม สว่างไสวของเนื้อผ้า ที่มา: บทความ “พระมารดาแห่งไหมไทย ต้นแบบในการสืบสานงานศิลป์คู่แผ่นดิน” วันที่ 11 พ.ย.2568 โดยวุฒิสภา
ความงดงามของผ้าไหมมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ เมื่อส่องดูเส้นไหมด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบว่าหน้าตัดของเส้นไหมไม่ใช่ทรงกระบอกกลมเกลี้ยง แต่เป็น “สามเหลี่ยมฐานโค้ง” ที่ทำหน้าที่เหมือนปริซึมธรรมชาติขนาดเล็กนับล้านชิ้น เมื่อแสงตกกระทบ จะเกิดการหักเหและสะท้อนแสงออกไปหลายทิศทาง ทำให้ผ้าไหมดูสว่างไสวระยิบระยับและมีสีสันที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง
พระราชดำริด้านการส่งเสริมผ้าไหมไทย



ศูนย์ศิลปาชีพอำเภอนาหว้า กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนมวันที่ 13 พ.ย. 2568
เมื่อครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านที่มารับเสด็จฯ นุ่งซิ่นไหมมัดหมี่ที่สวยงาม ซึ่งชาวบ้านทอขึ้นและนำมาใช้เอง ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล ทรงมีพระราชดำริว่างานหัตถกรรมที่แฝงอยู่ในวิถีชีวิตนี้สามารถพัฒนาเป็น “อาชีพเสริม” ที่มั่นคงให้แก่ราษฎรได้ โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเกษตร พระองค์จึงทรงเริ่มโครงการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างจริงจัง โดยเน้นการทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การอนุรักษ์สายพันธุ์ไหมพื้นบ้าน การปลูกหม่อน การสาวไหมด้วยมือ การย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ ไปจนถึงการออกแบบลวดลายและการทอผ้าที่วิจิตรบรรจง ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ก่อตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนงานฝีมือท้องถิ่นทั่วประเทศ มูลนิธิฯ ไม่เพียงแต่ช่วยชุบชีวิตภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เกือบจะสูญหายให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงงานหัตถศิลป์จากท้องไร่ท้องนาสู่ตลาดสากล ด้วยการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการออกแบบให้ร่วมสมัย ทำให้ผ้าไหมไทยกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก พร้อมทั้งสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้แก่ช่างฝีมือไทยอย่างยั่งยืนสืบมา

ตราสัญลักษณ์ “นกยูงพระราชทาน” ที่มา: ตรานกยูงพระราชทาน สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เขต 5
นอกจากนี้เพื่อรับรองคุณภาพผ้าไหมไทย ในปี พ.ศ. 2550 พระองค์ได้พระราชทานตราสัญลักษณ์ “นกยูงพระราชทาน” เป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย 4 ชนิด ได้แก่ ตรานกยูงสีทอง (Royal Thai Silk) นกยูงสีเงิน (Classic Thai Silk) นกยูงสีน้ำเงิน (Thai Silk) และนกยูงสีเขียว (Thai Silk Blend) ตราดังกล่าวได้รับการจดทะเบียนไปแล้วใน 35 ประเทศ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก
พระราชดำริในสมเด็จพระพันปีหลวงในการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไม่ใช่เพียงเพื่อส่งเสริมการเกษตรกรรม แต่คือการอนุรักษ์สายพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้าน (Polyvoltine) ที่ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศของไทยได้ดี และเนื่องจากไหมพื้นบ้านมักจะสาวด้วยมือ ทำให้เส้นใยที่ได้มีขนาดไม่สม่ำเสมอเป็นเหมือนปุ่มปมทั้งเส้น เมื่อทอแล้วก็จะเกิดลักษณะของผิวผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้การทีมีปุ่มปมเล็กๆบนพื้นผ้าทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเส้นใยที่ไม่แน่นทึบจนเกินไป ช่วยในการระบายอากาศและความชื้นได้ดีกว่าผ้าที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์หรือเส้นไหมอุตสาหกรรมที่เรียบเกินไป นอกจากนี้โปรตีนเซริซินที่เหลืออยู่บางส่วนในการทอแบบพื้นบ้านทำให้ผ้านั้นนุ่มนวลต่อผิวสัมผัส
การรังสรรค์ชุดไทยพระราชนิยม
ความงดงามของผ้าไหมไทยได้รับการยกระดับผ่านพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2503 ก่อนการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป พระองค์ทรงศึกษาการแต่งกายของสตรีไทยในอดีตจากพระฉายาลักษณ์ของเจ้านายฝ่ายใน และทรงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ จากนั้นทรงสร้างสรรค์ชุดไทยที่ผสมผสานความเป็นไทยดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการตัดเย็บสมัยใหม่ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศส เป็นที่ปรึกษาด้านการตัดเย็บ โดยเป็นผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์ทั้งแบบสากลและไทย โดยใช้เทคนิดการตัดเย็บขั้นสูงโอต์กูตูร์ (Haute Couture) และนายฟรองซัวส์ เลอซาจ (François Lesage) เจ้าของหัองปักเลอซาจระดับตำนาน เป็นผู้ดูแลงานปักประดับบนฉลองพระองค์ โดยพระองค์ทรงแนะนำการใช้ผ้าไหมไทยและลวดลายไทยในการออกแบบ ซึ่งได้ผลลัพธ์คือชุดไทยที่สวมใส่สะดวกด้วยซิปและกระดุม แต่ยังคงความสง่างามและเอกลักษณ์ไทย


ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ที่มา: กระทรวงวัฒนธรรม วันที่ 28 ต.ค. 2568 https://www.facebook.com/share/p/1D5VEfsiXc/
สำหรับชุดไทยพระราชนิยมนั้นเดิมทรงพระราชดำริไว้ 5 แบบ ต่อมาทรงเพิ่มเติมอีก 3 แบบ รวมเป็น ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบที่ได้รับการตั้งชื่อโดยหม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค ตามพระที่นั่งต่างๆ ในพระบรมมหาราชวัง โดยชุดไทยพระราชนิยมแต่ละแบบถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับกาลเทศะที่แตกต่างกัน ชุดไทยสำหรับงานกึ่งทางการและลำลอง ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา และ ชุดไทยอมรินทร์ สำหรับชุดไทยที่เน้นงานหัตถศิลป์และความวิจิตร ได้แก่ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรี ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยดุสิต และ ชุดไทยศิวาลัย ซึ่งชุดไทยทั้ง 8 แบบนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพในการผสมผสาน “เทคนิคการตัดเย็บแบบตะวันตก” เข้ากับ “ผ้าไหมไทยและงานปักมือ” แต่ยังเป็นการกำหนดมาตรฐานการแต่งกายของสตรีไทยให้มีระเบียบและสง่างามทัดเทียมอารยประเทศ ทำให้ชุดไทยกลายเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายประจำชาติที่ทรงอิทธิพลและงดงามที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบัน
การยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก

ที่มา: นิตยสาร Vogue ฉบับเดือนกรกฎาคม 2505

พระบรมฉายาลักษณ์ โดย Henry Clarkeที่มา: นิตยสาร Vogue ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2508
ความสง่างามของผ้าไหมไทยได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์แฟชั่นระดับโลก เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงใช้ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ผ่านฉลองพระองค์ชุดไทยในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศทุกครั้ง โดยนิตยสารแฟชั่นชั้นนำอย่างโว้ค (Vogue) ได้เผยแพร่พระฉายาลักษณ์ที่สะกดสายตาหลายครั้ง นำไปสู่การยอมรับผ้าไหมไทยในฐานะวัสดุชั้นสูงที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์
พระราชกรณียกิจของพระองค์สร้างผลกระทบที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งการสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงให้แก่ราษฎรในมิติเศรษฐกิจ การอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอผ้าที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษในมิติวัฒนธรรม และที่สำคัญยิ่งคือในมิติวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงวางรากฐานการพัฒนาหม่อนไหมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การศึกษาชีววิทยาของหนอนไหมไปจนถึงกระบวนการทางเคมีและฟิสิกส์ของเส้นใย เพื่อให้ได้ผ้าไหมที่มีคุณภาพดีที่สุด ส่งผลให้มรดกแห่งภูมิปัญญานี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ แต่คืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เติบโตอย่างสง่างามบนเวทีโลกจนถึงปัจจุบัน
ผลสืบเนื่องถึงปัจจุบัน
ก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความยั่งยืนของพระราชดำริ คือการจัดตั้ง ‘กรมหม่อนไหม’ ขึ้นในปี พ.ศ. 2552 เพื่อเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนงานหม่อนไหมของประเทศอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ไหมที่ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศของไทย ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไหมไทยสู่ระดับสากล และความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจล่าสุด คือการที่ ‘ชุดไทย’ กำลังก้าวสู่เวทีระดับโลกอีกครั้ง โดยเสนอ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Thai Dress: Knowledge, Crafts and Practices) เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในปี พ.ศ. 2569 นี้ นับเป็นการประกาศถึง ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ของไทยที่ผสานช่างฝีมือโบราณเข้ากับคุณค่าแห่งมนุษยชาติอย่างสง่างาม
บทสรุป
พระราชกรณียกิจด้านผ้าไหมและชุดไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือการหลอมรวมวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจถึงชีววิทยาของเส้นใยไหม เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมานับพันปี และศิลปะการออกแบบชั้นสูง จนเกิดเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องได้ พระราชปณิธานของพระองค์ไม่เพียงช่วยให้พสกนิกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังทำให้ผ้าไหมไทยกลายเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจในระดับสากล ผืนผ้าไหมทุกผืนจึงเปรียบเสมือนจดหมายเหตุแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ที่เชื่อมร้อยหัวใจคนไทยทุกภูมิภาคเข้าด้วยกัน และเป็นสะพานที่นำความงามของเอกลักษณ์ไทยสู่สายตาของชาวโลกอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง :
- กรมหม่อนไหม. กรรมวิธีการผลิตผ้าไหมไทย. https://qsds.go.th/newosrd/wp-content/uploads/sites/115/2021/02/mai3.pdf เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- นิตยสาร Elle. (27 ตุลาคม 2568). ย้อนชมพระราชกรณียกิจของพระพันปีหลวง กับการยกระดับผ้าไทย เผยความงามสง่าสู่สายตาสากล. https://ellethailand.com/queen-mother-sirikit-thai-textile/ เข้าถึงข้อมูลวันที่ 9 มกราคม 2569
- นิตยสารแพรว. 25 ตุลาคม 2568. ชุดไทยพระราชนิยม มรดกชาติจาก สมเด็จพระพันปีหลวง. https://praew.com/people/royal-update/556058.html เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับพระราชกรณียกิจรังสรรค์ผ้าไหมไทย” https://library.stou.ac.th/wp-content/odi/queenandsilk/index.html เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. เล่มที่ 29 ศิลปาชีพ. https://saranukromthai.or.th/oldchild/3003 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 9 มกราคม 2569
- วิกิพีเดีย. “ไหม (วัสดุ)” https://th.wikipedia.org/wiki/ไหม_(วัสดุ) เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เลย. “การเลี้ยงไหม” https://qsds.go.th/newqssclei/การเลี้ยงไหม/ เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สกลนคร. “ความรู้เกี่ยวกับเส้นไหม” https://qsds.go.th/newqsscsnk/ความรู้เกี่ยวกับเส้นไห/ เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี. ผลิตภัณฑ์จากไหม. https://qsds.go.th/newqsscubn/ผลิตภัณฑ์จากไหม เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- สถาบันวิจัยภูมิปัญญาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “ภูมิปัญญาการทอผ้าไหมพื้นบ้าน บ้านสมพรรัตน์” https://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/sompornrat/ เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- สำนักพระราชวัง. (2025). “ศิลปาชีพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” https://www.royaloffice.th/07/08/2025/ศิลปาชีพ-3/ เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์. “ชุดไทยพระราชนิยม” https://privypurse.or.th/ไทยพระราชนิยม เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์. “พระมารดาแห่งไหมไทย” https://privypurse.or.th/พระมารดาแห่งไหมไทย เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เขต 5. ตรานกยูงพระราชทาน. https://qsds.go.th/newqsissout/?page_id=2097 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 9 มกราคม 2569
- หยาดพิรุณ บุญสด และ ประสงค์ สีหานาม. (2012) องค์ประกอบและโครงสร้าง คุณสมบัติและการประยุกต์ใช้ Silk. J Sci Technol MSU. 31(4):436-442. https://www.thaiscience.info/journals/Article/JSMU/10888193.pdf
- Bangkok Biznews. (2025). “ชุดไทยพระราชนิยม ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง” https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1193834 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- Thai PBS. (2025). “รู้จัก 8 ชุดไทยพระราชนิยม มรดกแห่งความงามไทย” https://www.thaipbs.or.th/now/infographic/462 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มกราคม 2569
- University of the Arts London. Silk Properties. https://sff.arts.ac.uk/Fibre%20Properties/silkproperties.html เข้าถึงข้อมูลวันที่ 9 มกราคม 2569
- 8 ชุดไทยพระราชนิยม มรดกจากราชสำนัก สู่ความงามร่วมสมัย https://www.facebook.com/share/1NJ18Z4xs9
- การสาวไหม https://share.google/lOwmjEFzGp5ljmIph
- มหัศจรรย์แห่งเส้นใยและหัวใจแห่งแผ่นดิน ย้อนรอยพระราชปณิธาน “พระมารดาแห่งไหมไทย”https://www.ipst.ac.th/knowledge/114127/thai-silk.html