ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ไขความลับแดดเมืองไทย “ทำไมโลกถึงเปิดโหมดหน้าร้อน” ให้เราเหงื่อซึม?

ไขความลับแดดเมืองไทย “ทำไมโลกถึงเปิดโหมดหน้าร้อน” ให้เราเหงื่อซึม?

“ร้อนนนน!” คำสั้น ๆ ที่กลายเป็นคำทักทายยอดฮิตของคนไทย พอ ๆ กับคำว่าสวัสดี เมื่อเข็มนาฬิกาเดินเข้าสู่เดือนมีนาคม ท้องฟ้าที่เคยสดใสในฤดูหนาวก็เริ่มเปลี่ยนเป็นแสงแดดจ้าแผดเผา จนหลายคนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า… “ทำไมมันถึงร้อนได้ขนาดนี้?” หรือดวงอาทิตย์กำลัง “โกรธ” อะไรเราอยู่หรือเปล่า? แต่ในความเป็นจริงแล้วที่มาของความร้อนจนเหงื่อซึม มีกลไกทางธรรมชาติที่น่าทึ่งและชวนสงสัยมากกว่าที่คิด! ร้อนนี้จะพาไปแกะรอยว่า  “อะไรคือ ‘ปุ่มกด’ ที่เปิดโหมดหน้าร้อน” จนทำให้หลายคนต้องรีบเปิดพัดลม คว้าร่ม หรือหยิบครีมกันแดดมาปกป้องผิวก่อนออกไปเผชิญแดดกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนเช่นนี้    

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ขอชวนครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป มาใช้เวลาช่วงปิดเทอมนี้เปลี่ยนไอแดดให้เป็นบทเรียนสุดสนุก กับเรื่อง ทำไมจึงเกิดฤดูร้อน และการเกิดฤดู เพื่อเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติไปพร้อมกันโดยเฉพาะเรื่องของ “ต้นเหตุความร้อน” ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเกิดจากการที่โลกโคจรเข้าใกล้
ดวงอาทิตย์ ไม่ใช่แค่ “ใกล้” แต่เป็นเรื่องของ “องศา” ที่พอดี ซึ่งหัวใจสำคัญของการเกิดฤดูร้อน มีปัจจัยหลักคือ “แกนโลกที่เอียง” ทำมุมประมาณ 23.5° กับแนวตั้งฉาก ซึ่งนี่แหละคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซีกโลกเหนือและที่ตั้งของประเทศไทยจะเริ่มเบนเข้าหาดวงอาทิตย์แบบเต็ม ๆ ส่งผลให้ลำแสงอาทิตย์ตกกระทบพื้นผิวโลกใน “แนวที่เกือบจะตั้งฉาก” พลังงานความร้อนจึงเข้มข้นกว่าปกติหลายเท่าตัว แถมซัมเมอร์นี้ยังมีช่วงเวลากลางคืนที่สั้นลง ส่วนกลางวันกลับยาวนานขึ้น ทำให้พื้นโลกมีเวลาสะสมความร้อนไว้แบบยาว ๆ จนกลายเป็นเตาอบธรรมชาติที่ทำให้เราเหงื่อโชก ราวกับเพิ่งผ่านการอาบน้ำมาเลยทีเดียว

ในเมื่อเราปิดสวิตช์ดวงอาทิตย์ไม่ได้ ภารกิจ “ดับร้อน” ฉบับมือโปร จึงต้องเริ่มขึ้น! เพื่อไม่ให้ร่างกายพังก่อนจะได้เที่ยว การรู้วิธีรับมือกับความร้อนเพื่อป้องกัน ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด และปัญหาผิวไหม้เสีย (Sunburn) จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจแบบสุด ๆ  มาเริ่มต้นง่าย ๆ จากการ “เลี่ยงแดดช่วงพีค” โดยเฉพาะเวลา 10.00–16.00 น. ที่รังสี UV ขยันทำงานเป็นพิเศษ ควบคู่ไปกับการ “จิบน้ำรัว ๆ” ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและเลือก “แฟชั่นสู้แดด” ด้วยเสื้อผ้าสีอ่อนที่ระบายอากาศได้ดี พร้อมมีไอเทมคู่ใจอย่างหมวกหรือร่มเมื่อต้องออกกลางแจ้ง อย่าลืมปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ เพื่อป้องกันรังสียูวีที่คอยจ้องจะทำให้ผิวแสบแดงและหมองคล้ำ ที่สำคัญคือ… ถ้าเริ่มรู้สึกร้อนจัด อ่อนเพลีย หรือเวียนศีรษะเหมือนโลกหมุน ควรรีบสะบัดบ๊อบเข้าที่ร่มหรือห้องเย็น ๆ ทันที เพราะภาวะฮีทสโตรกไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่อาจอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว!

นอกจากเรื่องการดูแลตัวเองแล้ว ฤดูร้อนยังเป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” ชั้นยอดสำหรับคุณครูและนักเรียนในการเปลี่ยนความร้อนเป็นความรู้ผ่านกิจกรรมและลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นการทดลองวัดอุณหภูมิในที่ร่มเทียบกับกลางแจ้ง หรือการสังเกต “เงา” ที่สั้นลงในช่วงเที่ยงวัน ซึ่งล้วนเป็นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากประสบการณ์จริงที่สนุกกว่าในตำรา เพราะวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน แต่อยู่ในทุกอณูของไอแดดรอบตัวเรา

ฤดูร้อนนี้… เปลี่ยน “ความร้อน” ให้เป็น “ความรู้” และ “ความปลอดภัย” หน้าร้อนปีนี้มาเปลี่ยนไอแดดให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้! เพียงเข้าใจว่า “แกนโลกที่เอียง” คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดฤดูกาล พร้อมกับการสังเกตธรรมชาติรอบตัวได้อย่างมีหลักการ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพให้ดีอย่างมือโปรเพื่อป้องกันฮีทสโตรกและผิวไหม้เสีย ช่วยให้เราใช้ชีวิตในซัมเมอร์นี้ได้อย่างสมาร์ท ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมที่จะออกไปสนุกกับแสงแดดอย่างปลอดภัย

หากทุกคนเริ่มหลงรักความมหัศจรรย์ของจักรวาลและต้องการทำความเข้าใจกลไกทางฟิสิกส์ที่อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถศึกษาคำอธิบายเกี่ยวกับ “ทำไมจึงเกิดฤดูร้อน” ได้ที่ https://www.scimath.org/lesson-physics/item/7301-2017-06-14-15-08-14 และเรียนรู้เรื่อง “การเกิดฤดูกาล” ได้ที่ https://myipst.ipst.ac.th/medias/การเกิดฤดู โดยเนื้อหาทั้งหมดเผยแพร่ผ่านคลังความรู้ SciMath และคลังสื่อการสอน My IPST ของ สสวท. ซึ่งรวบรวมทั้งบทความ บทเรียนและสื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่าย ผู้สนใจเข้าไปศึกษาและเรียนรู้ได้ฟรี ทุกที่ ทุกเวลา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :