
เมื่อสายฝนเริ่มโปรยปราย หลายคนอาจนึกถึงความสดชื่นของอากาศที่เย็นลง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ฤดูฝนก็เป็นช่วงที่โรคทางเดินหายใจกลับมาเยือนบ่อยขึ้น โดยเฉพาะ “ไข้หวัด” และ “ไข้หวัดใหญ่” ที่มักแพร่ระบาดได้ง่ายในสภาพอากาศชื้น
และพื้นที่ที่มีผู้คนรวมตัวกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถานที่ทำงาน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคไข้หวัดใหญ่ยังคงเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้ทั่วโลกและสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในทุกช่วงวัย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรเรียนรู้และป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี
หลายคนอาจเข้าใจว่า “ไข้หวัด” และ “ไข้หวัดใหญ่” เป็นโรคเดียวกัน แต่ความจริงแล้วเกิดจากเชื้อไวรัสคนละชนิด โดยทั่วไปจะพบไรโนไวรัส (Rhinovirus) เป็นสาเหตุของไข้หวัดธรรมดาซึ่งมักมีอาการไม่รุนแรง เช่น น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือเจ็บคอ ขณะที่ไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งอาจทำให้มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลียมาก และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังอาการและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมเมื่อมีอาการรุนแรง
เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม คือ เชื้อไวรัสไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่สามารถแพร่กระจายจากคน
สู่คนได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่เราไอหรือจาม เชื้อไวรัสสามารถเดินทางไปกับละอองฝอยขนาดเล็กได้ไกลหลายเมตร และสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก ปาก หรือดวงตาได้ง่าย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการล้างมือและการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการป่วย จึงยังคงเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพและทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน
เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ใกล้ตัว สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ขอเชิญชวนคุณครู นักเรียน เยาวชน และผู้สนใจ เรียนรู้วีดิทัศน์ เรื่อง “การป้องกันตัวจากไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่” ที่อธิบายด้วยหลักชีววิทยาอย่างเข้าใจง่าย ตั้งแต่สาเหตุการเกิดโรค กลไกการติดเชื้อ ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ตลอดจนแนวทางการป้องกันตนเองที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เหมาะทั้งสำหรับใช้ประกอบการเรียนการสอน และเพิ่มความรอบรู้ ที่คลังสื่อการสอน My IPST สสวท. คลิกชมวีดิทัศน์ที่ลิงก์ https://myipst.ipst.ac.th/medias/การป้องกันตัวจากไข้หวัดใหญ่
สำหรับวิธีป้องกันตนเองจากไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วย “3 สะอาด” ได้แก่ สะอาดมือ
โดยล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือใช้แอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ สะอาดอากาศ โดยสวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วย
ไอ จาม หรือเมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัดและอากาศถ่ายเทไม่สะดวก และสะอาดร่างกาย ด้วยการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น รวมถึงปิดปากและจมูกด้วยกระดาษทิชชูหรือข้อพับแขนทุกครั้งเมื่อไอหรือจาม เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ควบคู่กับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายด้วยการพักผ่อนอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่โรคระบบทางเดินหายใจพบได้บ่อย นอกจากนี้การรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่องค์การอนามัยโลกและกรมควบคุมโรคแนะนำ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และลดการแพร่กระจายของเชื้อในชุมชน อ่านเพิ่ม https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(seasonal) และ https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=13
ฤดูฝนอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเรียนรู้และป้องกันตนเองสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ไม่เพียงช่วยให้เราเข้าใจโรคเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราดูแลตนเอง ครอบครัว และคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตามและ เรียนรู้เพิ่มเติมผ่านวีดิทัศน์ เรื่อง “การป้องกันตัวจากไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่” ได้ที่คลังสื่อการสอน My IPST สสวท. เพื่อเปลี่ยนความรู้ให้เป็นเกราะป้องกันสุขภาพในช่วงฤดูฝนนี้ได้ที่ https://myipst.ipst.ac.th/medias/การป้องกันตัวจากไข้หวัดใหญ่
แหล่งอ้างอิง:
- สสวท. – วีดิทัศน์การป้องกันตัวจากไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ : https://myipst.ipst.ac.th/medias/การป้องกันตัวจากไข้หวัดใหญ่
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข – โรคไข้หวัดใหญ่ : https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=13
- องค์การอนามัยโลก (WHO) – Influenza (Seasonal) : https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(seasonal)