วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับโครงการในพระราชดำริ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ตอนที่ 1/9 การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

โครงการส่งเสริมศิลปาชีพอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นในด้านต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น งานแกะสลัก จักรสาน เครื่องปั้นดินเผา การทอผ้าไหม

กรมหม่อนไหมสานต่อพระราชดำริด้วยการส่งเสริมและช่วยเหลือกลุ่มประชาชนที่ทอผ้าไหมด้วยการ ส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกต้นหม่อน เพื่อมาเลี้ยงหนอนไหม หนอนไหมเมื่อเข้าสู่ระยะดักแด้จะสร้างเส้นไหมที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการทอผ้าได้ โดยการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จะเริ่มตั้งแต่การปลูกต้นหม่อนเพื่อใช้เป็นอาหารของหนอนไหม ซึ่งในการเลี้ยงไหม ผู้เลี้ยงต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของหนอนไหม

วัฏจักรชีวิตของหนอนไหมจะใช้ระยะเวลาประมาณ 41- 51 วัน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของหนอนไหม มี 4 ระยะ คือ ผีเสื้อไหมตัวเต็มวัยจะวางไข่ ไข่ฟักออกมาเป็นหนอน หนอนก็จะกินใบหม่อนเป็นอาหาร เมื่อหนอนเจริญเติบโตเป็นดักแด้จะสร้างเส้นไหมมาปกคลุมสร้างเป็นรังไหม ในระยะนี้ดักแด้จะไม่มีการกินอาหาร เมื่อดักแด้เจริญเติบโตต่อไปจนเป็นตัวเต็มวัยก็จะออกจากรังไหม พร้อมจะสืบพันธุ์และวางไข่ต่อไป โดยรูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยู่ของผีเสื้อไหมในแต่ละระยะของการเจริญเติบโตจะแตกต่างกัน

การนำเส้นไหมมาใช้ประโยชน์ จะทำโดยนำรังไหมที่ยังมีดักแด้ไปต้มแล้วสาวเส้นไหมมาเก็บไว้ และนำไปย้อมสีเพื่อใช้สำหรับการทอผ้าไหมต่อไป นอกจากนั้นชาวบ้านยังสามารถนำผลของต้นหม่อนมารับประทานหรือนำไปขายเป็นการเพิ่มรายได้และสร้างอาชีพได้อีกทางหนึ่ง


ข้อมูลอ้างอิง
1) หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 1 (ฉบับปรับปรุง 2560)
2) http://www.rdpb.go.th/rdpb/visit3/20-50project/50project_66_1.html
3) https://www.scimath.org/article-science/item/9114-mulberry


ตอนที่ 2/9 จากเส้นไหม สานเส้นใย สู่ลายผ้าทอ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ” เมื่อ พ.ศ. 2519 เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับราษฎร ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยไว้เป็นมรดกสืบไป

หนึ่งในงานศิลปาชีพที่พระองค์ท่านได้ขยายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยก็คือ “การทอผ้า” ไม่ว่าจะเป็นการทอจากเส้นไหมที่ได้จากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมหรือเส้นฝ้าย ลายผ้าทอของไทยล้วนมีความวิจิตรงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนเสน่ห์แห่งความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทรงออกแบบลายผ้ามัดหมี่เพื่อพระราชทานแด่ช่างทอผ้า ชื่อลายว่า “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”

ลายผ้านี้ ประกอบด้วย
1) ลาย S มาจากตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของ Sirivannavari ซึ่งลาย S นี้ มีจำนวน 10 แถว หมายถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
2) ลายรูปหัวใจ หมายถึงความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน

จากพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มากว่า 40 ปีในครั้งนั้นของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทำให้การทอผ้าได้กลายเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนกลุ่มทอผ้า อีกทั้งยังเป็นการสร้างสรรค์ผลงานการทอผ้าให้อยู่คู่ชาติไทยสืบไป

อ้างอิง
1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
2) http://www.rdpb.go.th/rdpb/upload/document/400_project.pdf
3) https://qsds.go.th/newqssckri/wp-content/uploads/sites/98/2021/08/laikor.pdf


ตอนที่ 3/9 โครงการอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด (ภาคตะวันออก)

โครงการอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ติดแนวเขตป่าอนุรักษ์ให้มีความเป็นอยู่ มีอาชีพที่เหมาะสม พื้นที่ของโครงการครอบคลุม 5 จังหวัด ประกอบด้วย สระแก้ว จันทบุรี ระยอง ชลบุรีและฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ประมาณ 5 ล้านไร่

การดำเนินงานของโครงการมีหลายส่วน ส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้นก็คือ การฟื้นฟูสภาพป่า การพัฒนาระบบนิเวศ การปรับปรุงแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ การปรับปรุงทุ่งหญ้าและการทำโป่งเทียม เพราะเป็นการทำให้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้ดำเนินชีวิตได้ตามปกติ มีแหล่งอาหาร มีแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต นอกจากนั้นยังทำให้สายใยอาหารในพื้นที่ดำรงอยู่ต่อไป

สัตว์กินพืช ตัวอย่างเช่น ช้าง กวาง กระทิง วัวแดง มีแหล่งอาหารที่เพียงพอ มีอาณาเขตที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต เมื่อสัตว์กินพืชมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ก็จะทำให้สัตว์ผู้ล่ามีแหล่งอาหารด้วยเช่นกัน เกิดความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิตอีกด้วย

การที่ผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นทำให้จำนวนประชากรของสัตว์ในพื้นที่เพิ่มขึ้นด้วย เช่น ช้างป่าและวัวแดง นอกจากนั้นในพื้นที่ป่าในโครงการพบว่ามีสัตว์มากกว่า 562 ชนิด แบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม 122 ชนิด สัตว์ปีก 276 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 29 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 88 ชนิดและปลา 41 ชนิด โดยมีสัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์ 16 ชนิด และถูกคุกคาม 18 ชนิด

อ้างอิง:
1) http://www.sakaeo.go.th/royalproject/projectforest.html โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระแก้ว
2) http://www.rdpb.go.th/…/20-50project/50project_4_1.html สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
3) http://www.5provincesforest.com/ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด


โปรดติดตามตอนที่ 4 -9



เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นรวมถึงการเลือกคอนเทนต์ที่เหมาะสมการสนับสนุนความปลอดภัยและการวิเคราะห์การทำงานของเว็บไซต์เพื่อพัฒนาบริการของเราท่านสามารถเลือก ตั้งค่า เพื่อปรับแต่งการยินยอมการใช้คุกกี้ได้ หรือกดปุ่ม "ยอมรับ" เพื่ออนุญาตให้ใช้คุกกี้ทุกประเภท หรือคลิก นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อดูเพิ่มเติม

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้นี้ทำให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้องคุกกี้ชนิดนี้ไม่สามารถปิดการใช้งานได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้นี้รวบรวมข้อมูลของท่านเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์เพื่อการนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์

บันทึกการตั้งค่า